
(แฟ้มภาพซินหัว : ธานต์ ซิน ลวิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการวางแผน การลงทุน และความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศของเมียนมา กล่าวแถลงในพิธีเปิดคณะกรรมการชุดใหม่ของหอการค้าจีนในเมียนมา และการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าจีน-เมียนมา ณ นครย่างกุ้งของเมียนมา วันที่ 29 ก.ย. 2026)
ย่างกุ้ง, 8 ต.ค. (ซินหัว) -- ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภาคธุรกิจของจีนได้ขยายขอบเขตการดำเนินงานครอบคลุมทั้งภาคเศรษฐกิจและสังคมของเมียนมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้กับภาคธุรกิจของจีนกับเมียนมา ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานใหม่ การเงิน และอื่นๆ
ธานต์ ซิน ลวิน (Thant Sin Lwin) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการวางแผน การลงทุน และความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศของเมียนมา กล่าวว่าความร่วมมือระหว่างจีนกับเมียนมาที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ร่วมกันและพึ่งพาอาศัยกันนั้น มีความก้าวหน้าอย่างเห็นได้ชัดทั้งในระดับรัฐบาลและระดับภาคธุรกิจ
ธานต์ ซิน ลวิน ระบุในพิธีเปิดคณะกรรมการชุดใหม่ของหอการค้าจีนในเมียนมา (CECCM) และการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าจีน-เมียนมา ซึ่งจัดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ว่าจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดและเป็นแหล่งเงินทุนจากต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของเมียนมามาอย่างยาวนาน พร้อมเสริมว่าในขณะที่เมียนมากำลังเร่งดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ จีนถือเป็นเป้าหมายอันดับต้นๆ ของเมียนมาในการส่งเสริมการลงทุน
อิน อิน นเว (Yin Yin Nwe) ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารการลงทุนและบริษัทแห่งเมียนมา ได้ยกตัวอย่างระเบียงเศรษฐกิจจีน-เมียนมา และโครงการท่าเรือน้ำลึกเจียวผิ่ว (Kyaukphyu) ว่าความร่วมมือทวิภาคีลักษณะนี้ช่วยส่งเสริมผลประโยชน์ร่วมกันและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ผ่านการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ คลังสินค้า และเครือข่ายการขนส่งตลอดแนวระเบียงเศรษฐกิจ ตลอดจนเปิดเส้นทางการค้าทางทะเลที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในภูมิภาค และสนับสนุนการพัฒนาเขตอุตสาหกรรม
อู กู ตาร์ เอพริล (U Gu Tar April) ผู้อำนวยการศูนย์บริการการลงทุนเมียนมา กล่าวว่าการลงทุนจากจีนช่วยสร้างโอกาสในการจ้างงาน ส่งเสริมความร่วมมือด้านเทคโนโลยี และยกระดับประสิทธิภาพการผลิตภายในภาคอุตสาหกรรมท้องถิ่นของเมียนมา โดยการลงทุนด้านพลังงานของจีน ช่วยให้ชาวเมียนมาเข้าถึงไฟฟ้ามากขึ้นและช่วยขับเคลื่อนการผลิตของเมียนมา
อิน อิน นเว กล่าวว่าเมียนมากำลังส่งเสริมการพัฒนาพลังงานใหม่ โดยจีนเป็นผู้นำระดับโลกในด้านนี้ จึงทำให้ทั้งสองประเทศสามารถร่วมมือกันได้ในหลากหลายมิติ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานแสงอาทิตย์

ด้านความเชื่อมโยงทางการเงิน ธนาคารอุตสาหกรรมและการพาณิชย์แห่งประเทศจีน (ICBC) สาขาย่างกุ้ง ระบุว่าเมียนมามีศักยภาพในการนำเงินหยวน (RMB) มาปรับใช้ในหลายมิติ อาทิ การชำระค่าธรรมเนียมการรับจ้างผลิต (CMP) ของผู้ประกอบการ การชำระเงินสำหรับการค้าสินค้าโภคภัณฑ์รายใหญ่ และธุรกิจธนาคารเพื่อลูกค้ารายย่อย
ธนาคารฯ เข้ารับตำแหน่งประธานองค์กรหอการค้าบริษัทจีนในเมียนมาในพิธีเมื่อไม่นานมานี้ โดยหลิวหมิง ผู้บริหารสาขาระบุว่า ในอนาคตจะเสริมสร้างการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับเมียนมาให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ผ่านความเชื่อมโยงทางการเงิน โครงสร้างพื้นฐาน ภาคอุตสาหกรรม และการค้าที่ราบรื่น
หลิวระบุว่า เมียนมามีจุดเด่นทั้งทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และแรงงานจำนวนมาก การเร่งบูรณาการทางเศรษฐกิจในภูมิภาคย่อมจะช่วยให้เมียนมาปลดปล่อยศักยภาพทางการตลาดได้มากยิ่งขึ้น
(ที่มา: https://en.imsilkroad.com/p/352429.html)