
(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้คนร่วมฉลองการเปิดตัวบริการชำระเงินสกุลหยวนโดยตรงของธนาคารสแตนบิค แทนซาเนีย ในเมืองดาร์ เอส ซาลามของแทนซาเนีย วันที่ 12 ส.ค. 2026)
ไนโรบี, 8 ต.ค. (ซินหัว) -- เงินหยวน (RMB) สกุลเงินของจีน กำลังมีบทบาทเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั่วทวีปแอฟริกาตามความสัมพันธ์ทางการค้าที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยนอกเหนือจากการใช้ในการซื้อขายและชำระเงินเชิงพาณิชย์ สกุลเงินนี้ยังถูกนำมาใช้มากขึ้นในบัญชีพักเงินโอน การชำระเงินระหว่างธนาคาร และการระดมทุนผ่านพันธบัตร ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ได้รับแรงขับเคลื่อนจากการค้าทวิภาคีที่ขยายตัวและโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่ดีขึ้น
การค้าและการชำระเงินข้ามพรมแดน
ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกำลังเร่งให้เกิดการใช้เงินหยวน (RMB) โดยตรงอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อเดือนสิงหาคม 2026 ธนาคารสแตนบิค แทนซาเนีย (Stanbic Bank Tanzania) ได้เปิดตัวบริการชำระเงินสกุลเงินหยวนโดยตรง ซึ่งช่วยให้ผู้ค้าในท้องถิ่นไม่ต้องแปลงผ่านสกุลเงินที่สาม และช่วยลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เช่นเดียวกับธนาคารกลางแซมเบียที่เริ่มรับชำระภาษีทำเหมืองด้วยเงินหยวนเมื่อปลายปี 2025 ซึ่งถือเป็นการเพิ่มช่องทางสกุลเงินทางเลือกสำหรับการค้าทองแดงที่มีความสำคัญอย่างยิ่งกับจีน
ธนาคารประชาชนจีน (PBOC) หรือธนาคารกลางของจีน ระบุว่ากระแสเงินหมุนเวียนสกุลเงินหยวนข้ามพรมแดนระหว่างจีนกับแอฟริกาสูงถึง 1.55 แสนล้านหยวน (ราว 7.8 แสนล้านบาท) ในปี 2024 เพิ่มขึ้นร้อยละ 28.1 เมื่อเทียบปีต่อปี และคิดเป็นเกือบสองเท่าของมูลค่าที่บันทึกไว้ในปี 2020 โดยคาดว่าแรงขับเคลื่อนนี้จะเติบโตยิ่งขึ้น เนื่องจากจีนได้ขยายสิทธิการยกเว้นภาษีศุลกากรเป็นศูนย์ให้แก่ 53 ประเทศในแอฟริกา
การขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านการเงิน
โครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินกำลังช่วยให้การทำธุรกรรมด้วยเงินหยวนโดยตรงมีความสะดวกสบายมากขึ้น โดยธนาคารพาณิชย์ทั่วทวีปแอฟริกากำลังทยอยเข้าร่วมระบบการชำระเงินข้ามพรมแดนระหว่างธนาคารของจีน (CIPS) อย่างแข็งขัน โดยธนาคารสแตนบิค เคนยา (Stanbic Bank Kenya) และธนาคารสแตนดาร์ด นามิเบีย (Standard Bank Namibia) ได้เชื่อมต่อกับระบบดังกล่าวในช่วงกลางปี 2026 ตามหลังแอฟริกาใต้ที่ได้เริ่มนำระบบดังกล่าวมาใช้ก่อนหน้า
เพื่อเสริมสร้างสภาพคล่องในภูมิภาค ธนาคารกลางจีนได้แต่งตั้งธนาคารสแตนดาร์ดแห่งแอฟริกาใต้ (Standard Bank of South Africa) และธนาคารไอซีบีซี (ICBC) เป็นธนาคารตัวแทนชำระเงินสกุลหยวนร่วมในแอฟริกา ซึ่งมาช่วยเติมเต็มศูนย์กลางการชำระเงินเดิมของธนาคารแห่งประเทศจีน (Bank of China) ที่มีอยู่ในแอฟริกาใต้ แซมเบีย และมอริเชียส
นักวิเคราะห์ชี้ว่า เครือข่ายนี้ช่วยปรับเปลี่ยนบริการสกุลเงินหยวนจากโครงการย่อยของแต่ละธนาคารให้กลายเป็นระบบนิเวศระดับภูมิภาคแบบครบวงจร ส่งผลให้ธุรกิจในท้องถิ่นสามารถเข้าถึงการชำระเงินและสภาพคล่องได้อย่างราบรื่น

บทบาทด้านการจัดหาทุนและการเงิน
เงินหยวนได้ขยับเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ภาครัฐและตลาดทุนเช่นกัน โดยเคนยาได้ประกาศแผนพิจารณาออก "พันธบัตรแพนด้า" (Panda Bonds) ในสกุลเงินหยวน ตามแผนการกู้เงินประจำปีงบประมาณ 2026/2027 เพื่อกระจายแหล่งเงินทุนจากต่างประเทศและลดความกดดันทางการคลัง ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจากอียิปต์ออกพันธบัตรแพนด้า (Panda bond - ตราสารหนี้สกุลเงินหยวน) มูลค่า 3.5 พันล้านหยวน (ราว 1.75 หมื่นล้านบาท) ในปี 2023 และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งแอฟริกา (African Export-Import Bank) ได้เสนอขายพันธบัตรมูลค่า 2.2 พันล้านหยวน (ราว 1.1 หมื่นล้านบาท) ในปี 2025
แม้ว่าพันธบัตรแพนด้าจะช่วยให้ผู้กู้ในแอฟริกามีแหล่งเงินทุนใหม่ พร้อมทั้งช่วยพัฒนาตลาดตราสารหนี้ของจีนให้มีความลึกและหลากหลายยิ่งขึ้น แต่นักวิเคราะห์ย้ำว่าการยกระดับเงินหยวนสู่การเป็นสกุลเงินสากลอย่างเต็มตัวยังคงเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา โดยขึ้นอยู่กับสภาพคล่องของตลาด ความหลากหลายของสินทรัพย์ และความต้องการของนักลงทุนทั่วโลกในระยะยาว
(ที่มา: https://en.imsilkroad.com/p/352072.html)