
(แฟ้มภาพซินหัว : ธารน้ำแข็งเปริโต โมเรโนที่อุทยานแห่งชาติลอส กลาเซียเรสในจังหวัดซานตาครูซของอาร์เจนตินา วันที่ 3 ม.ค. 2026)
เจนีวา, 19 ก.ย. (ซินหัว) -- รายงานสถานการณ์ทรัพยากรน้ำโลกฉบับใหม่จากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี (17 ก.ย.) ระบุว่าแม่น้ำทั่วโลกเผชิญหนึ่งในปีที่แห้งแล้งที่สุดในรอบกว่าสามทศวรรษในปี 2025 โดยวัฏจักรของน้ำผันผวนสลับไปมาระหว่างภาวะน้ำน้อยหรือมากเกินไป ยิ่งช่วง 7 ปีที่ผ่านมามีจำนวนแม่น้ำที่มีน้ำไหลเวียนอยู่ในเกณฑ์ "ปกติ" น้อยที่สุดนับตั้งแต่ปี 1991 พร้อมเตือนว่าแนวโน้มปริมาณน้ำจืดที่กักเก็บไว้ลดลงและการถอยร่นของธารน้ำแข็ง อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออนาคตของโลก ผู้คน และเศรษฐกิจ
รายงานระบุว่าจำนวนลุ่มแม่น้ำซึ่งอยู่ในสภาวะ "ปกติ" มีสัดส่วนน้อยอย่างชัดเจน อยู่ที่ราวร้อยละ 34-38 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยร้อยละ 46 ในช่วงปี 1991-2020 โดยปริมาณน้ำกักเก็บบนผืนดินหรือปริมาณน้ำทั้งหมดที่กักเก็บอยู่ในน้ำใต้ดิน ทะเลสาบ แม่น้ำ ความชื้นในดิน พืชพรรณ ตลอดจนน้ำแข็งและหิมะ ได้ลดลงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 2010
เซเลสเต เซาโล เลขาธิการองค์การฯ กล่าวว่าแหล่งน้ำสำรองของโลกเคยทำหน้าที่เปรียบเสมือน "บัญชีเงินฝาก" ที่ช่วยดูดซับความแห้งแล้งในบางฤดูกาล และช่วยป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตการณ์น้ำ ซึ่งหนึ่งในประเด็นสำคัญในรายงานประจำปี 2025 คือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้เปรียบเหมือนกับการที่เรากำลังถอนบัญชีเงินฝากนั้นออกมาใช้จนเกือบหมด
ปี 2025 ถือเป็นปีที่ 4 ติดต่อกันที่เกิดการสูญเสียมวลธารน้ำแข็งเป็นวงกว้างในทุกภูมิภาค นำไปสู่ภัยอันตรายในระยะสั้นอย่างเช่นเหตุการณ์น้ำท่วม และส่งผลต่อความไม่มั่นคงด้านน้ำในระยะยาว โดยระหว่างปี 2023-2025 ธารน้ำแข็งสูญเสียมวลไปในทุกปี ซึ่งปริมาณการสูญเสียมวลธารน้ำแข็งสะสมทั่วโลกอยู่ที่ 1,400 กิกะตันในรูปของปริมาณน้ำ เทียบเท่ากับราวหนึ่งในสามของปริมาณน้ำจืดที่มนุษย์ใช้ในแต่ละปี
พื้นที่ธารน้ำแข็งทั้ง 19 แห่งทั่วโลกล้วนสูญเสียน้ำแข็ง ไม่ว่าจะเป็นในเอเชียกลาง ไอซ์แลนด์ แถบอาร์กติกของรัสเซีย รวมถึงทางตะวันตกของแคนาดาและสหรัฐฯ โดยในแต่ละปีตลอด 5 ปีที่ผ่านมา สำนักงานอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาแห่งชาติทั่วโลกต่างรายงานเหตุการณ์น้ำท่วมและภัยแล้งสูงเป็นประวัติการณ์ และบางพื้นที่แทบไม่มีช่วงเวลาฟื้นตัวก่อนที่จะเผชิญกับเหตุการณ์ครั้งใหม่

(แฟ้มภาพซินหัว : ทะเลสาบที่แห้งแล้งจนหน้าดินแตกระแหงในเมืองโปโลนนารุวาของศรีลังกา วันที่ 5 ก.ย. 2026)