
(แฟ้มภาพซินหัว : ธนาคารประชาชนจีนหรือธนาคารกลางจีนในกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน วันที่ 19 ต.ค. 2023)
ปักกิ่ง, 5 พ.ย. (ซินหัว) -- ไม่นานมานี้ ธนาคารประชาชนจีน (PBOC) หรือธนาคารกลางจีน ดำเนินธุรกรรมตามโครงการกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ บริษัทกองทุน และบริษัทประกัน เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ (Securities, Funds and Insurance Companies Swap Facility - SFISF) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืนของตลาดทุนภายประเทศ
ธนาคารฯ ระบุในแถลงการณ์ว่า มีบริษัทหลักทรัพย์และบริษัทจัดการกองทุนเข้าร่วมการประมูลรวม 31 แห่ง คิดเป็นมูลค่าการดำเนินงานรวม 1 แสนล้านหยวน (ราว 5 แสนล้านบาท) โดยมีอัตราดอกเบี้ยชนะการประมูลอยู่ที่ 10 เบซิสพอยต์ หรือร้อยละ 0.10
โครงการดังกล่าว ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคม 2024 อนุญาตให้บริษัทหลักทรัพย์ กองทุน และบริษัทประกันภัยที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ สามารถนำสินทรัพย์ เช่น พันธบัตร กองทุนรวมดัชนี (ETF) และหุ้นในดัชนีซีเอสไอ 300 (CSI 300) มาใช้เป็นหลักประกันในการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง ซึ่งรวมถึงพันธบัตรรัฐบาลและตั๋วเงินธนาคารกลาง
มาตรการดังกล่าว ได้รับการออกแบบมาเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของสถาบันที่เข้าร่วม ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการขยายสัดส่วนการถือหุ้น
ธนาคารกลางจีนดำเนินโครงการดังกล่าว เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม 2024 โดยมีมูลค่า 5 หมื่นล้านหยวน (ราว 2.5 แสนล้านบาท) ซึ่งมีสถาบันการเงินเข้าร่วมการประมูล 20 แห่ง โดยมีอัตราดอกเบี้ยชนะการประมูลที่ 20 เบซิสพอยต์ หรือร้อยละ 0.20
ต่อมาการดำเนินงานครั้งที่สองเกิดขึ้นในเดือนมกราคม 2025 โดยมีสถาบันการเงินเข้าร่วมประมูล 20 แห่งเช่นเดียวกัน แต่มูลค่าปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 5.5 หมื่นล้านหยวน (ราว 2.75 แสนล้านบาท) ขณะที่อัตราดอกเบี้ยชนะการประมูลลดลงเหลือ 10 เบซิสพอยต์
สำหรับการดำเนินงานในครั้งนี้ ทั้งจำนวนผู้เข้าร่วมและมูลค่าการดำเนินงานต่างปรับตัวสูงกว่าการดำเนินงานสองครั้งก่อนหน้าอย่างมาก
บรรดาผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเชื่อว่าการดำเนินมาตรการดังกล่าวอย่างมั่นคงจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการนำสินทรัพย์ที่มีอยู่เดิมมาใช้ประโยชน์ อำนวยความสะดวกในการบริหารจัดการสภาพคล่องข้ามตลาด เช่น ตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร ตลอดจนช่วยอัดฉีดสภาพคล่องใหม่เข้าสู่ตลาดทุนอย่างต่อเนื่อง
ธนาคารฯ ระบุในแถลงการณ์เมื่อไม่นานมานี้ว่า ได้ร่วมหารือกับสำนักบริหารกำกับดูแลการเงินแห่งชาติจีน (NFRA) และคณะกรรมการกำกับดูแลหลักทรัพย์จีน (CSRC) โดยเรียกร้องให้มีการใช้ประโยชน์จากโครงการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์และมาตรการรีไฟแนนซ์ เพื่อการซื้อหุ้นคืนและการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ธนาคารฯ ยังระบุว่า จะดำเนินโครงการดังกล่าวตามช่วงเวลาที่เหมาะสม เพิ่มจำนวนสถาบันการเงินที่เข้าร่วม ปรับลดค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์อย่างเหมาะสม รวมทั้งปรับปรุงข้อกำหนดด้านหลักประกันและกลไกการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
(ที่มา: https://en.imsilkroad.com/p/352826.html)