
(แฟ้มภาพซินหัว : ชุดผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีส่วนต่อประสานสมอง-คอมพิวเตอร์ที่จีนพัฒนาขึ้นเองภายในประเทศ จัดแสดงที่ไชน่า เซ็นเซอร์ วัลเลย์ในเมืองเปิ้งปู้ มณฑลอันฮุยทางตะวันออกของจีน วันที่ 8 ส.ค. 2026)
ปักกิ่ง, 5 พ.ย. (ซินหัว) -- ไม่นานมานี้ คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) เปิดเผยว่า จีนจะยกระดับการสนับสนุนอุตสาหกรรมเสาหลักเกิดใหม่ (emerging pillar industries) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง
เริ่นจงเป่า เจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการฯ คาดการณ์ว่า มูลค่าผลผลิตของอุตสาหกรรมเหล่านี้จะสูงเกิน 10 ล้านล้านหยวน (ราว 50 ล้านล้านบาท) เมื่อสิ้นสุดระยะแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (2026-2030) ซึ่งเติบโตเกือบเท่าตัวจากเกือบ 6 ล้านล้านหยวน (ราว 30 ล้านล้านบาท) ในปีที่ผ่านมา
ในช่วงสามไตรมาสแรกของปี 2026 ปริมาณการผลิตวงจรรวมของจีนสูงถึง 4.428 แสนล้านชิ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 23.3 เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่มูลค่าข้อตกลงการให้สิทธิใช้สิทธิในยานวัตกรรม มีมูลค่ารวมราว 1.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.3 ล้านล้านบาท) ซึ่งใกล้เคียงกับยอดรวมตลอดทั้งปีที่ผ่านมา
เริ่น กล่าวว่า จีนจะเพิ่มการสนับสนุนทางนโยบายการคลังและการเงิน รวมทั้งดึงดูดทุนภาคสังคมให้เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมเหล่านี้มากยิ่งขึ้น
จีนให้คำมั่นว่า จะเร่งยกระดับการสนับสนุนอุตสาหกรรมเสาหลักเกิดใหม่ อาทิ วงจรรวม การบินและอวกาศ ชีวการแพทย์ เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ การกักเก็บพลังงานรูปแบบใหม่ และหุ่นยนต์อัจฉริยะ
ส่วนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต จีนจะมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีควอนตัม การผลิตชีวภาพ พลังงานไฮโดรเจน พลังงานนิวเคลียร์ฟิวชัน อินเทอร์เฟซสมองกับคอมพิวเตอร์ หุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ (Embodied Intelligence) และเทคโนโลยี 6G พร้อมทั้งสนับสนุนให้แต่ละภูมิภาคพัฒนาอุตสาหกรรมย่อยตามศักยภาพและข้อได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบของตน
สำหรับด้านปัญญาประดิษฐ์ หวังรั่วเหมิง) เจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการฯ เปิดเผยว่า จีนจะยกระดับและขยายขอบเขตข้อริเริ่ม "เอไอ พลัส" (AI Plus) ในช่วงระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 โดยโครงการสำคัญจะมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริงเป็นอันดับแรก เช่น การดำเนินงานในทำเหมืองแร่ การทำงานในที่สูง และการรับมือภัยพิบัติฉุกเฉิน
นอกจากนี้ จีนจะยังคงผลักดันการจัดตั้งฐานการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ต้นแบบในระดับชาติสำหรับภาคการผลิต ภาคพลังงาน การคมนาคมขนส่ง และการแพทย์อย่างต่อเนื่อง และจะเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในสาขาดังกล่าว
ด้านเศรษฐกิจทางทะเล หม่าเหวยเฉิน เจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการฯ เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมทางทะเล (gross ocean product) ของจีน ได้รับการคาดการณ์ว่า จะสูงเกิน 13 ล้านล้านหยวน (ราว 65 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2030 พร้อมระบุว่า ช่วงระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการเปลี่ยนผ่านของจีน จากการเป็นประเทศทางทะเลขนาดใหญ่ไปสู่การเป็นชาติที่แข็งแกร่งในด้านทะเล จีนจะเร่งสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคการผลิตอุปกรณ์ทางทะเล การขนส่งทางทะเล และการประมงทะเล ควบคู่ไปกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ๆ เช่น ชีวการแพทย์ทางทะเล วัสดุใหม่ทางทะเล และสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ทางทะเล
ทั้งนี้ ข้อมูลจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติจีนระบุว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมทางทะเลในช่วงสามไตรมาสแรกของปี 2026 มีมูลค่าสูงถึง 8.5 ล้านล้านหยวน (ราว 42.6 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.9 เมื่อเทียบปีต่อปี
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนเปิดเผยว่า นวัตกรรมกำลังมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตรูปแบบใหม่มีสัดส่วนในการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนมากกว่าร้อยละ 40 ในช่วงสามไตรมาสแรกของปี 2026 โดยมูลค่าเพิ่มทางอุตสาหกรรมขยายตัวร้อยละ 5.3 เมื่อเทียบปีต่อปี อาทิ ภาคการผลิตอุปกรณ์ขยายตัวร้อยละ 10.2 และภาคการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงขยายตัวร้อยละ 14.3
ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนในไตรมาสที่สาม ขยายตัวร้อยละ 4.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตในไตรมาสที่สองซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 4.3
(ที่มา: https://en.imsilkroad.com/p/352835.html)