
จี่หนาน, 1 ก.ย. (ซินหัว) -- บริษัทตกแต่งบ้านของจีน เผยยอดขายต่อปีบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนเติบโตแบบก้าวกระโดด จากกว่า 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 133 ล้านบาท) พุ่งสูงเกิน 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.99 พันล้านบาท) ภายในเวลาเพียง 3 ปี พร้อมทั้งขยายตลาดต่างประเทศจากอเมริกาเหนือเข้าสู่ยุโรปและญี่ปุ่น
ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทพาร์ตเนอร์ส (ชิงเต่า) โฮม เดคคอเรชัน จำกัด (Partners (Qingdao) Home Decoration Co., Ltd.) ระบุว่า การเปิดร้านค้าออนไลน์ช่วยให้บริษัทสามารถเข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลกและรับคำสั่งซื้อจากต่างประเทศได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปร่วมงานจัดแสดงสินค้าในต่างประเทศหรือพึ่งพาพ่อค้าคนกลางในการค้าต่างประเทศ ซึ่งแนวทางนี้ช่วยให้บริษัทสามารถควบคุมช่องทางการจำหน่ายและกลไกกำหนดราคาได้ดียิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ข้อมูลเชิงลึกบนแพลตฟอร์มยังช่วยชี้นำการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการขยายธุรกิจสู่ตลาดโลกได้อย่างรวดเร็ว
การเปลี่ยนแปลงนี้ สะท้อนถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นของอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน ซึ่งได้กลายเป็นช่องทางหลักสำหรับผู้ผลิตจีนในการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ โดยบริษัทซานตง ไฮท็อป กรุ๊ป (Shandong Hightop Group) ผู้ผลิตรถขุดขนาดเล็ก ได้ตอกย้ำภาพความสำเร็จนี้ผ่านการถ่ายทอดสด (ไลฟ์สตรีม) เป็นภาษาอังกฤษบนแพลตฟอร์มข้ามพรมแดน ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ชมในต่างประเทศ สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในงานทำสวนและงานก่อสร้างบ้านในยุโรปและสหรัฐฯ
ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) ของบริษัทฯ กล่าวว่า บริษัทได้ก้าวจากการค้าแบบเน้นประหยัดไปสู่การตั้งโรงงานของตนเอง และในที่สุดคือการสร้างแบรนด์ของตนเองจนสามารถปักหลักในต่างประเทศได้อย่างมั่นคง ทั้งนี้ นับตั้งแต่ต้นปี ยอดการส่งออกผ่านอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของบริษัทฯ ทะลุ 500 ล้านหยวน (ราว 2.47 พันล้านบาท) แล้ว คิดเป็นการเติบโตถึงร้อยละ 70 เมื่อเทียบปีต่อปี
เมืองจี่หนิง ในมณฑลชานตง ซึ่งเป็นที่ตั้งของไฮท็อป กรุ๊ป (Hightop Group) ถือเป็นศูนย์กลางสำคัญสำหรับการผลิตเครื่องจักรกลก่อสร้างขนาดเล็ก โดยปัจจุบันรถขุดขนาดเล็กที่ผลิตในท้องถิ่นมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่าครึ่งหนึ่งบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในยุโรปและสหรัฐฯ
ซ่งเสี่ยวจวิ้น รองประธานอเมซอน ประเทศจีน (Amazon China) ระบุว่า คลัสเตอร์อุตสาหกรรมในลักษณะนี้พึ่งพาความเชี่ยวชาญด้านงานฝีมือ ความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน และความเชี่ยวชาญทางเทคนิคที่สั่งสมมานานหลายทศวรรษ โดยยกตัวอย่างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของยอดขายในปี 2025 ในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น วิกผมในเจียวโจว รถขุดขนาดเล็กในจี่หนิง และพรมในเทียนจิน
ในระดับประเทศ ยอดการนำเข้าและการส่งออกผ่านอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีนแตะระดับ 2.84 ล้านล้านหยวน (ราว 14.06 ล้านล้านบาท) ในปี 2025 เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.8 เมื่อเทียบปีต่อปี
สำนักงานศุลกากรแห่งทั่วไปของจีน (GACC) ระบุว่า ภาคการค้าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนมีความท้าทายมากกว่าการค้าต่างประเทศแบบดั้งเดิม เนื่องจากผู้ขายต้องตอบสนองต่ออุปสงค์ในต่างประเทศที่มีปริมาณมากและกระจัดกระจายโดยตรง ซึ่งต่างจากรูปแบบเดิมที่มีผู้ซื้อเพียงจำนวนจำกัด ขณะเดียวกันยังต้องประสานงานครอบคลุมทั้งการขนส่ง การโฆษณา การจำหน่าย การบริการหลังการขาย และการชำระเงิน
นโยบายของรัฐบาลถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถก้าวผ่านอุปสรรคในช่วงเริ่มต้นเหล่านี้ได้ โดยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 ของจีน (2026-2030) ได้เน้นย้ำถึงการสนับสนุนอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนและรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ขณะเดียวกัน แนวทางปฏิบัติซึ่งออกโดยกระทรวงพาณิชย์และอีก 5 หน่วยงานเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้ส่งเสริมการผสานตลาดจัดซื้อจัดจ้างและขบวนรถไฟขนส่งสินค้าจีน-ยุโรป (China-Europe Freight Train) เข้าสู่ภาคอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน พร้อมทั้งสนับสนุนให้ผู้ขายจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ยื่นขอสิทธิบัตร และสร้างแบรนด์ของตนเองในต่างประเทศ
แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเองก็เดินหน้าขยายการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง โดยอเมซอนจะเปิดตัวโครงการพัฒนาผู้ขายระดับแบรนด์ 500 ราย จากกลุ่มอุตสาหกรรมในภาคเหนือของจีนภายในสองปีข้างหน้า ขณะที่อาลีบาบา ดอทคอม (Alibaba.com) ได้นำเอไอ เอเจนต์ (AI Agents) เข้ามาช่วยทำหน้าที่เป็นทีมธุรกิจตลอด 24 ชั่วโมง
ขณะเดียวกัน สมาคมภาคอุตสาหกรรมกำลังเร่งประสานงานระหว่างนโยบาย เครือข่ายการค้า และกลุ่มอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน โดยหลู่ว์ย่าผิง เลขาธิการสมาคมอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนแห่งมณฑลชานตง ชี้ว่าธุรกิจขนาดเล็กยังคงเผชิญความท้าทาย ทั้งการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะด้านอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนและการรับรู้แบรนด์ที่ยังจำกัด ซึ่งทางสมาคมจะยังคงจัดการฝึกอบรมเพื่อช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถสร้างและขยายการดำเนินงาน ควบคู่กับการสนับสนุนการบังคับใช้นโยบายอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
(ที่มา: https://en.imsilkroad.com/p/351984.html)