
(แฟ้มภาพซินหัว : ทัศนียภาพภายนอกของสำนักงานใหญ่ศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) ระบบสร้างภาพด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้าประจำซีกโลกตะวันออกของจีอี เฮลธ์แคร์ (GE Healthcare) ในเทศบาลนครเทียนจิน ทางตอนเหนือของจีน วันที่ 15 ธ.ค. 2025)
ปักกิ่ง, 31 ส.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (25 ส.ค.) หลิงจี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ของจีน กล่าวว่า ความได้เปรียบของจีนได้กลายเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตของบริษัทข้ามชาติในจีน ทั้งยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้บริษัทเหล่านี้สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก
หลิง กล่าวระหว่างการแถลงข่าว เพื่อสรุปแนวโน้มทิศทางใหม่ๆ ของการลงทุนจากต่างประเทศในจีน
หลิง กล่าวว่า บริษัทต่างชาติกำลังให้ความสนใจกับระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่พัฒนาแล้วอย่างสูง โครงสร้างพื้นฐานระดับโลก ห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพ ระบบนิเวศนวัตกรรมที่มีพลวัต ตลอดจนบุคลากรที่มีทักษะความสามารถจำนวนมากของจีน มากกว่าปัจจัยแบบเดิมอย่างแรงงานและที่ดิน
หลิง ยังกล่าวถึงบทบาทของจีนที่เปลี่ยนแปลงไปในสายตาของบริษัทข้ามชาติ โดยระบุว่า ในอดีต บริษัทเหล่านี้หลายแห่งสามารถประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว จากการนำเข้าเงินทุน เทคโนโลยีที่พัฒนาแล้ว รูปแบบธุรกิจ และความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการ
แต่ในปัจจุบัน การแข่งขันในตลาดที่ทวีความเข้มข้น ร่วมกับรูปแบบพฤติกรรมผู้บริโภคที่หลากหลาย ทำให้จีนทำหน้าที่เปรียบเสมือน "สนามฝึกซ้อม" สำหรับบริษัทข้ามชาติ ในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันระดับโลกอย่างต่อเนื่อง
หลิง กล่าวว่า ผู้บริหารบริษัทข้ามชาติหลายระบุว่า "หากสามารถประสบความสำเร็จในตลาดจีนได้ ก็จะสามารถประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้นในภูมิภาคอื่นทั่วโลก"
หลิง ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ยังส่งผลให้รูปแบบการดำเนินงานของบริษัทต่างชาติในจีนปรับเปลี่ยนไปเช่นกัน โดยในอดีต บริษัทผู้ลงทุนชาวต่างชาติหลายแห่งมักสร้างระบบวิจัยและพัฒนา (R&D) รวมถึงระบบห่วงโซ่อุปทานของตนเองขึ้นในจีน แต่ในปัจจุบัน บริษัทเหล่านี้เริ่มหลอมรวมเข้ากับระบบนิเวศทางอุตสาหกรรมในภาพรวมของจีนอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมทั้งร่วมมือกับพันธมิตรในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด
ตัวเลขการลงทุนจากต่างประเทศล่าสุด สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อตลาดจีนของนักลงทุนที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2026 มีการจัดตั้งบริษัททุนต่างชาติรายใหม่ทั่วประเทศรวม 37,711 แห่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.4 เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่ยอดการลงทุนตรงจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไฮเทคพุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 32.7 เมื่อเทียบปีต่อปี
(ที่มา: https://en.imsilkroad.com/p/351909.html)