
(แฟ้มภาพซินหัว : การแสดงนิทรรศการถาวร ณ ศูนย์นิทรรศการจงกวนชุน ในกรุงปักกิ่งของจีน วันที่ 25 มี.ค. 2026)
ลอนดอน, 5 ก.ค. (ซินหัว) -- ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ (3 ก.ค.) ระบุว่าหลายมหาวิทยาลัยต้องทบทวนแนวทางการศึกษาให้กับนักศึกษา ในโลกที่ปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) กำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานอย่างรวดเร็ว โดยระบุว่าการเติบโตของเอไอทำให้การอุดมศึกษาจำเป็นต้องหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ การตัดสินใจบนพื้นฐานจริยธรรม และทักษะการสื่อสารมากยิ่งขึ้น
เคเลชี เอคูมา ผู้เขียนการศึกษาจากสถาบันพัฒนาโลกของมหาวิทยาลัยฯ กล่าวว่าเอไอกำลังเปลี่ยนแปลงวิธีสร้างองค์ความรู้ วิธีตัดสินใจ และวิธีการทำงานในหลายสาขาอาชีพ มหาวิทยาลัยจำเป็นต้องคิดอย่างรอบคอบว่าจะเตรียมนักศึกษาให้พร้อมสำหรับอนาคตได้อย่างไร
การศึกษาระบุว่า ขณะที่เครื่องมือเอไอกำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการเรียนรู้และการทำงานของผู้คนอย่างรวดเร็ว หลายมหาวิทยาลัยกลับยังคงพึ่งพาแบบจำลองการสอนและการประเมินผลที่ออกแบบมาสำหรับยุคก่อนเอไอ ซึ่งอาจสร้างช่องว่างระหว่างทักษะของบัณฑิตและความคาดหวังของนายจ้างได้
ดังนั้น มหาวิทยาลัยควรก้าวข้ามจากการบูรณาการเอไอในการเรียนการสอน มาสู่การทบทวนเป้าหมายการศึกษาในระดับอุดมศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาสามารถทำงานร่วมกับระบบเอไอที่มีความสามารถเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แทนที่จะต้องแข่งขันกับเอไอ
การศึกษาระบุว่า บัณฑิตจบใหม่จะต้องมีทักษะการคิดวิเคราะห์และการสื่อสารที่แข็งแกร่งมากขึ้น มีความตระหนักรู้ด้านจริยธรรม และสามารถเข้าใจสถานการณ์ที่สลับบซับซ้อนได้ ควบคู่ไปกับความเข้าใจว่าเอไอทำงานอย่างไร
ทั้งนี้ การศึกษายังกระตุ้นให้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการประเมินผลครั้งใหญ่ โดยให้เหตุผลว่าการสอบและการเรียนการสอนแบบเดิมควรเปิดทางให้กับการประเมินที่สะท้อนการใช้งานจริงมากขึ้น เพื่อวัดความสามารถของนักเรียนในการแก้ปัญหาซับซ้อน การใช้วิจารณญาณ และการประยุกต์ใช้ความรู้ในสถานการณ์จริง
อย่างไรก็ดี เอคูมากล่าวว่าสถาบันการศึกษาควรมองเอไอในฐานะ "ผู้ช่วยด้านการศึกษา" มากกว่าภัยคุกคาม พร้อมส่งเสริมให้นักศึกษาพัฒนาความรู้และทักษะด้านเอไอควบคู่ไปกับความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน