
กอร์ดอน มาร์ (ขวา) แนะนำภาพถ่ายของผู้ก่อตั้งบริษัท วิงแซง แอนด์ โค ให้แก่เฉินซูเสีย ที่พิพิธภัณฑ์ชาวจีนในออสเตรเลีย ในนครซิดนีย์ของออสเตรเลีย วันที่ 25 มิ.ย. 2026)
ซิดนีย์, 3 ก.ค. (ซินหัว) -- กอร์ดอน มาร์ (Gordon Mar) วัย 89 ปี เป็นชาวออสเตรเลียเชื้อสายจีนที่เกิดในซิดนีย์และเติบโตมากับการศึกษาภาษาอังกฤษ จึงไม่สามารถอ่านจดหมายโบราณที่เขียนด้วยพู่กันจีนของบรรพบุรุษได้
จดหมายเหล่านี้ของเขาถูกเก็บกู้มาจากกองสิ่งของที่ถูกทิ้งเมื่อหลายปีก่อน ในช่วงที่บริษัทวิงแซง แอนด์ โค (Wing Sang & Co.) ธุรกิจเก่าแก่ร่วมศตวรรษของครอบครัวได้ย้ายทำเลออกมาจากย่านไชน่าทาวน์ เฮย์มาร์เก็ต ในซิดนีย์ และเมื่อไม่นานมานี้เขาจึงได้ทราบว่าสิ่งเหล่านี้คือ "เฉียวพี" (Qiaopi) หรือจดหมายและใบส่งเงินที่ส่งโต้ตอบกันระหว่างชาวจีนโพ้นทะเลและครอบครัวในบ้านเกิด
ปัจจุบันจดหมายเหล่านี้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยยูเนสโก (UNESCO) กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้งจากชุมชนชาวจีนในออสเตรเลีย สอดรับกับการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ออสเตรเลียของภาพยนตร์จีนเรื่อง "จดหมายรักถึงอาม่า" (Dear You) ที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว
เฉินซูเสีย อาจารย์อาวุโสจากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ และภัณฑารักษ์ของนิทรรศการเปิดตัวที่พิพิธภัณฑ์จีนในออสเตรเลียได้อธิบายให้มาร์ฟังว่า หนึ่งในจดหมายนั้นเขียนโดยมาร์ วิง ชาน (Wing Chan Ma) ผู้ก่อตั้งบริษัทวิงแซง ถึงหลานชาย เพื่อแนะนำชายหนุ่มผู้มีความสามารถจากหมู่บ้านเกิดในมณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ให้เข้าทำงานในบริษัท

เฉินกล่าวว่า แม้คำว่า “เฉียวพี” จะนิยมใช้กันในกว่างตง (กวางตุ้ง) และฝูเจี้ยน (ฮกเกี้ยน) แต่ในกลุ่มชาวออสเตรเลียเชื้อสายจีนที่พูดกวางตุ้งจากย่านอู่อี้ในกวางตุ้ง มักเรียกจดหมายลักษณะนี้ว่า “จดหมายทอง/เงิน” ซึ่งสะท้อนถึงการทำหน้าที่ควบคู่กันทั้งเป็นจดหมายและใบส่งเงิน เนื่องจากผู้อพยพชาวจีนยุคแรกจำนวนมากเดินทางมาออสเตรเลียเพื่อขุดทอง จดหมายบางฉบับจึงมีการแนบผงทองหรือเหรียญกษาปณ์กลับไปด้วยจริง
และเมื่อความต้องการเพิ่มมากขึ้น กลุ่มพ่อค้าอย่าง วิงแซง และกวางหว่าชง (Kwong War Chong) รวมถึงสมาคมธุรกิจชาวจีน จึงได้เริ่มให้บริการส่งเงินเหล่านี้ผ่านเครือข่ายการค้าและการเงินของตน ทั้งนี้ ห้างสรรพสินค้าซินเซียร์ (Sincere Department Store) ของวิงแซงในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อปี 1917 ในฐานะห้างสรรพสินค้าสมัยใหม่แห่งแรกๆ ของจีน ก็ได้ให้บริการด้านการประกันภัยและบริการส่งเงินในฐานะส่วนหนึ่งของเครือข่ายนี้ด้วยเช่นกัน

มาร์กล่าวว่า แม้ธุรกิจส่งเงินจะไม่ใช่งานหลักของวิงแซง แต่กลับมีบทบาทสำคัญยิ่งในฐานะศูนย์รวมจิตใจ โดยเป็นสถานที่ที่แรงงานชาวจีนในสังคมต่างแดนสามารถใช้ภาษาถิ่นของตนเองเพื่อพูดคุย และสัมผัสได้ถึงการต้อนรับอันอบอุ่น
ศาสตราจารย์ประจำสถาบันวิจัยชาวจีนโพ้นทะเลและภูมิภาคศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยอู่อี้ ที่ศึกษาจดหมายเหล่านี้มานานกว่าสองทศวรรษ พบว่าแม้ชุมชนชาวจีนในออสเตรเลียจะเริ่มใช้ระบบส่งเงินแบบสมัยใหม่เร็วกว่าชุมชนจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่เนื้อหาในจดหมายกลับมีความคล้ายคลึงกันอย่างยิ่งกับส่วนอื่นๆ ของโลก โดยเต็มไปด้วยเรื่องราวในชีวิตประจำวันและรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยยึดเหนี่ยวครอบครัวเอาไว้ด้วยกันแม้จะอยู่ห่างไกล
เนื้อหาในจดหมายมีตั้งแต่เรื่องราวทั่วไปในครอบครัว เช่น ผู้อพยพรายหนึ่งที่กำชับให้บุตรชายออมเงินเพื่อเป็นค่าเล่าเรียน พร้อมทั้งสนับสนุนการศึกษาของภรรยาและบุตรสาว ไปจนถึงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อันตึงเครียด ดังที่ปรากฏในจดหมายปี 1936 จากเมืองบรูมในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ที่เขียนแจ้งเตือนบุตรหลานเกี่ยวกับสงครามโลกที่กำลังจะอุบัติขึ้นโดยมีจีนเป็นศูนย์กลาง พร้อมขอให้สร้างความสามัคคีในชาติ

เฉินระบุว่า แม้รายละเอียดส่วนตัวและเรื่องราวในชีวิตประจำวันเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับนักประวัติศาสตร์ แต่สิ่งนี้กลับสะท้อนถึงชีวิตทั้งหมดของผู้เขียนและผู้รับ ทั้งยังเป็นข้อมูลอันมีค่าในการทำความเข้าใจประสบการณ์ของชาวจีนโพ้นทะเล จดหมายเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าผู้อพยพยุคแรกสามารถสร้างเครือข่ายครอบครัว วัฒนธรรม และการค้า ที่เชื่อมโยงจีนเข้ากับโลกภายนอกได้อย่างไร

มาร์มองว่า การอนุรักษ์จดหมายเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อคนรุ่นหลัง เพราะสามารถใช้เป็นแนวทางในการปกป้องและสืบทอดส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมรวมถึงประวัติศาสตร์ของพวกเขาไว้ไม่ให้สูญหาย
(ที่มา: https://en.imsilkroad.com/p/351169.html)