
ไคโร, 4 ก.ค. (ซินหัว) -- กระทรวงการท่องเที่ยวและโบราณวัตถุอียิปต์รายงานการค้นพบเมืองโบราณสาบสูญจากยุคไบแซนไทน์ บริเวณโอเอซิสดัคลา (Dakhla Oasis) ในทะเลทรายตะวันตกของอียิปต์ ตัวเมืองก่อสร้างด้วยอิฐโคลนทั้งหมด มีผังเมืองที่ถูกออกแบบมาอย่างเป็นระบบ ซึ่งช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับการวางผังเมืองและวิถีชีวิตของผู้คนในยุคไบแซนไทน์
เมืองโบราณแห่งนี้ตั้งอยู่ในแหล่งโบราณคดีไอน์อัลซาบิล (Ain al-Sabil) เขตผู้ว่าการนิววัลเลย์ ประกอบด้วยถนนสายหลักที่ทอดตัวในแนวเหนือ-ใต้ ตัดกับถนนแนวตะวันออก-ตะวันตกที่ก่อตัวเป็นลานเปิดหลายแห่ง พร้อมด้วยมหาวิหารแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในตำแหน่งศูนย์กลางของเมือง
มาห์มูด มัสอูด หัวหน้าคณะขุดค้น ระบุว่าเมืองแห่งนี้มีองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่บ่งชี้ว่าในอดีตเคยเป็นชุมชนซึ่งสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นมหาวิหาร ซากหอคอยเฝ้าระวัง 2 แห่งบริเวณชานเมือง ป้อมปราการที่มีการป้องกันแข็งแกร่ง อาคารที่พักอาศัยซึ่งมีโถงขนาดใหญ่และหลังคาโค้ง ตลอดจนเตาอบขนมปัง ห้องครัว และพื้นที่สำหรับโม่เมล็ดธัญพืช
การขุดค้นยังพบโบราณวัตถุจำนวนมากที่สะท้อนวิถีชีวิตประจำวันและกิจกรรมทางเศรษฐกิจของผู้คนในชุมชนแห่งนี้ อาทิ เครื่องปั้นดินเผาสำหรับใช้ในครัวเรือน ภาชนะบรรจุน้ำมันและน้ำหอม ตะเกียงน้ำมัน เครื่องมือหินสำหรับโม่เมล็ดธัญพืช รวมทั้งเศษเครื่องปั้นดินเผาจารึกอักษร หรือที่เรียกว่า "ออสตรากา" (Ostraca) ราว 200 ชิ้น ซึ่งมีจารึกอักษรคอปติกและภาษากรีก บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการค้าขาย การติดต่อสื่อสาร และแง่มุมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน
ทีมงานยังขุดพบเหรียญสัมฤทธิ์สภาพสมบูรณ์จำนวนมาก ซึ่งสลักรูปของจักรพรรดิไบแซนไทน์ พร้อมจารึกภาษาละตินและสัญลักษณ์ของศาสนาคริสต์ ตลอดจนเหรียญทองชุดหนึ่งที่มีอายุย้อนไปถึงรัชสมัยของจักรพรรดิคอนสแตนติอุสที่ 2 (ปี 337-361)
เชริฟ ฟาธี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ กล่าวว่าการค้นพบครั้งนี้ช่วยเสริมคลังข้อมูลทางโบราณคดีของอียิปต์ และสะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมของโอเอซิสหลายแห่งตลอดช่วงประวัติศาสตร์ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในภูมิภาค พร้อมเผยแพร่มรดกทางโบราณคดีอันทรงคุณค่าให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น