
(แฟ้มภาพซินหัว : ลูกสิงโตที่สวนสัตว์เดฮิวาลาในศรีลังกา วันที่ 10 พ.ค. 2026)
เยรูซาเล็ม, 19 ก.ย. (ซินหัว) -- มหาวิทยาลัยเทลอาวีฟของอิสราเอลรายงานว่าคณะนักวิจัยอิสราเอลและเยอรมนีได้ศึกษาปัญหาพื้นฐานที่นักวิทยาศาสตร์มักเผชิญเมื่อใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ศึกษาวิธีการสื่อสารของค้างคาว วาฬ นก และสัตว์ชนิดอื่นๆ และพบว่าเอไอสามารถรับรู้และจดจำรูปแบบเสียงของสัตว์ได้ แต่อาจยังมีปัญหาในการเข้าใจความหมายที่แท้จริง เนื่องจากเสียงที่คล้ายคลึงกันอาจมีความหมายแตกต่างกัน ขณะที่เสียงซึ่งแตกต่างกันอย่างมากในบางครั้งอาจสื่อความหมายเดียวกัน
เพื่อทดสอบข้อจำกัดดังกล่าว นักวิจัยเลือกใช้เสียงของเด็กวัยหัดเดินที่ยังพูดไม่คล่องแคล่ว โดยเด็กๆ ส่งเสียงร้องในตอนที่รู้สึกไม่สบายใจ เรียกหาพ่อแม่ หรือร้องขออาหาร ซึ่งนักวิจัยสามารถระบุได้ในระดับหนึ่งว่าเด็กๆ พยายามสื่อสารอะไร แตกต่างจากเสียงของสัตว์ที่ยังไม่สามารถระบุความหมายได้อย่างชัดเจน
คณะนักวิจัยนำเสียงเหล่านี้มาทดสอบด้วยวิธีวิเคราะห์เสียงแบบดั้งเดิมและระบบปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง 2 ระบบ โดยแม้ระบบเอไอจะทำได้ดีกว่าวิธีแบบดั้งเดิม แต่บางครั้งยังจัดกลุ่มเสียงที่มีความหมายแตกต่างกันไว้ด้วยกัน หรือแยกเสียงที่สื่อความหมายเดียวกันออกจากกัน
ทีมงานได้ข้อสรุปว่าการทำความเข้าใจการสื่อสารของสัตว์ไม่อาจใช้เอไอได้เพียงอย่างเดียว โดยนักวิทยาศาสตร์ยังต้องศึกษาพฤติกรรมของสัตว์ รวมถึงวิธีที่สัตว์รับฟังและตอบสนองต่อเสียงต่างๆ ด้วย