
อู่ฮั่น, 19 มิ.ย. (ซินหัว) -- ช่วงเทศกาลตวนอู่หรือเทศกาลเรือมังกรของทุกปี บรรดาชาวเน็ตผู้รักจากภาคเหนือและภาคใต้ของจีนมักหวนมาถกเถียงกันว่าบ๊ะจ่างต้อง "ไส้เค็ม" หรือ "ไส้หวาน" โดยคนรักไส้เค็มบอกว่าเนื้อหมูและไข่แดงเค็มนั้นหอมอร่อย ส่วนคนรักไส้หวานบอกว่าพุทราเชื่อมและถั่วแดงนั้นหวานหอม
เหยาเหว่ยจวิน ศาสตราจารย์ประจำคณะประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยครูหัวจง ระบุว่าแท้จริงแล้วภาคเหนือและภาคใต้ของจีนต่างมีบ๊ะจ่างทั้งไส้หวานและไส้เค็ม แต่โดยรวมชาวจีนตอนเหนือนิยมบ๊ะจ่างไส้หวาน ขณะชาวจีนตอนใต้นิยมบ๊ะจ่างไส้เค็ม ซึ่งความแตกต่างนี้อาจเป็นไปตามลักษณะผลผลิตในท้องถิ่น สภาพอากาศ และวัฒนธรรมอาหาร โดยภาคเหนือรับประทานอาหารที่ทำจากแป้งสาลีเป็นหลัก มีเมนูก๋วยเตี๋ยวอยู่มาก และเป็นแหล่งผลิตพุทราจีน ส่วนภาคใต้รับประทานข้าวเป็นหลัก มีพืชผลอุดมสมบูรณ์ และกับข้าวหลากหลายเมนู
อย่างไรก็ดี เหยามองว่าความชื่นชอบไส้หวานหรือไส้เค็มของผู้คนนั้นไม่สามารถสรุปแบบเหมารวมได้ เพราะเป็นเรื่องของการส่งต่อ ซึ่งเบื้องหลังยังมีปัจจัยอันสลับซับซ้อนทางภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ และประวัติศาสตร์ กอปรกับการรวมกลุ่มและวิวัฒนาการอันยาวนาน โดยนอกจากรสชาติแล้ว บ๊ะจ่างของภาคเหนือและภาคใต้ยังมีข้อแตกต่างอื่นๆ เช่น ภาคเหนือใช้ข้าวฟ่างแต่ภาคใต้ใช้ข้าวเหนียวเป็นวัตถุดิบหลัก ภาคเหนือใช้ใบกกห่อแต่ภาคใต้ใช้ใบไผ่ห่อ และรูปทรงการห่อยังไม่เหมือนกันด้วย
ซุนเจิงกั๋ว รองเลขานุการสมาคมคติชนวิทยาแห่งประเทศจีน กล่าวว่ารสชาติและรูปลักษณ์ของบ๊ะจ่างที่หลากหลายสะท้อนความหลากหลายของผลิตผลจากธรรมชาติในจีน และภูมิปัญญาการเลือกใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นของบรรพบุรุษที่หล่อหลอมวัฒนธรรมอาหารที่หลากหลาย รวมถึงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษในการเข้าใจและปรับตัวเข้ากับธรรมชาติเพื่อคลายร้อนและดูแลสุขภาพในฤดูร้อน เพราะต้นกำเนิดของเทศกาลตวนอู่เกี่ยวพันกับช่วงครีษมายัน ซึ่งเป็นช่วงที่กลางวันนานกว่ากลางคืน
ปัจจุบันความแตกต่างเรื่องไส้หวานและไส้เค็มของบ๊ะจ่างในภาคเหนือและภาคใต้ของจีนนับวันจะลดลงอย่างต่อเนื่อง และแปรเปลี่ยนมาส่งอิทธิพลและผสมผสานกันและกัน ดังเช่นร้านบ๊ะจ่างแห่งหนึ่งในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ยทางตอนกลางของจีน จัดจำหน่ายทั้งไส้เค็มอย่างหมูรมควันและเนื้อวัว และไส้หวานอย่างถั่วแดงและพุทราเชื่อม รวมถึงมีบ๊ะจ่างแบบไม่ใส่ไส้ เพื่อตอบสนองความต้องการลองลิ้มชิมรสชาติที่หลากหลายของผู้บริโภค
หมิ่นถิง ศาสตราจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมอาหารของมหาวิทยาลัยโปลีเทคนิคอู่ฮั่น เสริมว่าระบบขนส่งห่วงโซ่ความเย็นที่สมบูรณ์ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีถนอมอาหารในอุณหภูมิปกติ และพัฒนาการของเทคโนโลยีแปรรูปอาหาร ช่วยทลายข้อจำกัดด้านภูมิภาคของบ๊ะจ่างลง ทำให้มีรสชาติหลากหลายมากขึ้นจนสลายกรอบเดิมของไส้เค็มหรือไส้หวาน เกิดไส้แปลกใหม่อย่างไส้ทุเรียน ไส้มะม่วง ไส้กุ้งเครย์ฟิช รวมถึงบ๊ะจ่างวุ้นชาใสและบ๊ะจ่างบัวหิมะ