
(แฟ้มภาพซินหัว : บุคลากรการแพทย์ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อก่อนฝังศพผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสอีโบลาที่จังหวัดอิตูรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกหรือดีอาร์คองโก วันที่ 9 ก.ค. 2026)
เจนีวา, 14 ส.ค. (ซินหัว) -- การระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกหรือดีอาร์คองโก (DR Congo) กลายเป็นการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาครั้งใหญ่ที่สุดอันดับสองในประวัติการณ์และกำลังระบาดอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าครั้งก่อนๆ ส่งผลให้บรรดาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขต้องเร่งทำงานแข่งกับเวลาเพื่อสกัดกั้นไม่ให้กลายเป็นการระบาดที่รุนแรงที่สุดครั้งใหม่
เมื่อวันพุธ (12 ส.ค.) องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าดีอาร์คองโกมีผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันผล 4,449 รายใน 5 จังหวัด และ 53 เขตสุขภาพ ซึ่งเป็นผู้เสียชีวิต 2,061 ราย และหมายความว่าราวร้อยละ 46 ของผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันผลนั้นเสียชีวิตแล้ว รวมถึงใกล้เคียงกับยอดผู้เสียชีวิต 2,299 รายในการระบาดครั้งรุนแรงที่สุดของดีอาร์คองโกเมื่อช่วงปี 2018-2020
องค์การฯ ระบุว่าสถิติระดับโลกยังคงเป็นการระบาดในแอฟริกาตะวันตกช่วงปี 2014-2016 ซึ่งมีผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันผลมากกว่า 28,600 ราย และผู้เสียชีวิต 11,325 ราย ทว่าการระบาดในดีอาร์คองโกคราวนี้อาจรุนแรงแซงหน้าสถิติระดับโลกดังกล่าวหากยังคงระบาดด้วยอัตราเร็วในปัจจุบัน
ทำไมแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว?
ดีอาร์คองโกประกาศการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาเมื่อวันที่ 15 พ.ค. แต่ผลการลำดับพันธุกรรมบ่งชี้ว่าการระบาดเริ่มต้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ โดยผู้ติดเชื้อกลุ่มแรกบางส่วนถูกเข้าใจผิดว่าป่วยโรคมาลาเรียหรือไข้ไทฟอยด์ เนื่องจากมีอาการไข้ อ่อนเพลีย และปวดเมื่อยร่างกายเช่นกัน ส่วนการตรวจโรคในระยะแรกมุ่งเป้าที่เชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ทั่วไป แต่การระบาดครั้งนี้เป็นสายพันธุ์บุนดีบูโยที่หายาก และเป็นการระบาดจากสัตว์ที่ติดเชื้อสู่คน ตามด้วยการระบาดระหว่างมนุษย์ด้วยกัน
เชื้อไวรัสอีโบลาไม่ได้แพร่กระจายผ่านอากาศ แต่คนติดเชื้อจากการสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วยหรือผู้เสียชีวิตหรือที่ปนเปื้อนกับสิ่งของอย่างผ้าปูที่นอนและเสื้อผ้า นั่นทำให้การวินิจฉัยอย่างรวดเร็ว การแยกกักกันโรค การดูแลรักษา และการฝังศพอย่างปลอดภัยเป็นเรื่องจำเป็น ขณะที่ยังมีผู้ป่วยเสียชีวิตที่บ้านหรือภายในชุมชนมากกว่าที่ศูนย์รักษา และผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวนมากเป็นกลุ่มคนที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อผู้ต้องสงสัยสัมผัสเชื้อ ซึ่งเป็นสัญญาณว่ายังไม่รู้ห่วงโซ่การระบาดทั้งหมด
ทำไมการยับยั้งเป็นเรื่องยาก?
ผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาในดีอาร์คองโกเกือบร้อยละ 90 อยู่ในจังหวัดอิตูรี ซึ่งได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางอาวุธ การพลัดถิ่น และถนนหนทางย่ำแย่ การเข้าถึงบางชุมชนเป็นเรื่องยากหรืออันตรายสำหรับทีมช่วยเหลือ ศูนย์อนามัยท้องถิ่นขาดแคลนเตียงและอุปกรณ์ และข้อมูลที่บิดเบือนบวกกับความหวาดกลัวทำให้ผู้ป่วยบางส่วนไม่เข้ารับการรักษา ส่วนบุคลากรการแพทย์ที่ยังไม่ได้ค่าตอบแทนหรือได้น้อยกว่าที่ควรได้หยุดงานประท้วง ซึ่งยิ่งส่งผลกระทบต่อการดูแลรักษาและแกะรอยผู้ต้องสงสัยสัมผัสเชื้อ
การแกะรอยผู้ต้องสงสัยสัมผัสเชื้อไวรัสอีโบลาในดีอาร์คองโกยังคงเป็นช่องโหว่ใหญ่ เนื่องจากมีการติดตามตัวผู้ต้องสงสัยสัมผัสเชื้อได้ราวร้อยละ 80 ของบัญชีรายชื่อ ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ร้อยละ 95 อันเป็นระดับที่จำเป็นต่อการหยุดยั้งการระบาดซ่อนเร้น ขณะเดียวกันเรื่องเงินงบประมาณเป็นอีกหนึ่งข้อจำกัด เนื่องจากมีการเบิกจ่ายเงินเพียง 264 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.75 พันล้านบาท) จาก 518 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.17 หมื่นล้าทบาท) ตามแผนรับมือระดับภูมิภาค
มีการพัฒนาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพไหม?
ปัจจุบันยังไม่มีการอนุมัติวัคซีนหรือยาเฉพาะสำหรับเชื้อไวรัสอีโบลา สายพันธุ์บุนดีบูโย โดยผู้ติดเชื้อนั้นมีชีวิตรอดด้วยการดูแลรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ รวมถึงการให้สารน้ำและการรักษาอาการเจ็บปวดและอื่นๆ ซึ่งจำนวนผู้ติดเชื้อที่ได้รับการรักษาจนหายดีตามข้อมูลจากองค์การฯ อยู่ที่ 886 ราย เมื่อนับถึงวันพุธ (12 ส.ค.) ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี มีการเริ่มต้นทดลองความปลอดภัยในมนุษย์ของวัคซีน 2 ตัว ซึ่งถูกออกแบบมารับมือกับเชื้อไวรัสอีโบลา สายพันธุ์บุนดีบูโยโดยเฉพาะแล้ว และองค์การฯ หวังจะทดสอบวัคซีนที่มีอยู่เดิมสำหรับเชื้อไวรัสอีโบลา สายพันธุ์ซาอีร์ ว่าสามารถป้องกันสายพันธุ์บุนดีบูโยได้หรือไม่หลังจากผลการทดลองในสัตว์สัมฤทธิ์ผลเชิงบวก
ขณะเดียวกันองค์การฯ วางแผนเพิ่มขีดความสามารถดูแลรักษาผู้ติดเชื้อขึ้นสามเท่าเป็น 3,000 เตียงภายในระยะเวลา 12 สัปดาห์ ซึ่งทำให้ต้องการบุคลากรการแพทย์เพิ่มขึ้นหลายพันคน แม้มีการฝึกอบรมบุคลากรการแพทย์ระดับชุมชนมากกว่า 21,000 คนแล้วก็ตาม
ทั้งนี้ ยูกันดาได้พิสูจน์ความสำเร็จในการยับยั้งควบคุมเชื้อไวรัสอีโบลา สายพันธุ์บุนดีบูโย หลังจากประกาศว่าการระบาดภายในประเทศจบสิ้นแล้วเมื่อวันที่ 28 ก.ค. โดยมีผู้เสียชีวิต 2 ราย และผู้ติดเชื้อ 20 ราย แต่ยูกันดาและประเทศข้างเคียงแห่งอื่นๆ ยังคงเสี่ยงพบเจอผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศ หากการระบาดในดีอาร์คองโกไม่จบสิ้น
อับดิราห์มาน มาฮามุด ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการเตือนภัยและรับมือภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขขององค์การฯ ระบุว่ากรณีสถานการณ์ไม่รุนแรงมากนัก การระบาดอาจถึงจุดสูงสุดในราว 6 เดือน แต่หากสถานการณ์เลวร้ายที่สุด การระบาดอาจกินเวลานาน 9-12 เดือน

(แฟ้มภาพซินหัว : บุคลากรการแพทย์ฝังศพผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสอีโบลาที่เมืองบูเนีย จังหวัดอิตูรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกหรือดีอาร์คองโก วันที่ 9 ก.ค. 2026)