
สือเจียจวง, 17 มิ.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันจันทร์ (15 มิ.ย.) ศูนย์การซื้อขายสินค้าเกษตรนานาชาติโส่วเหิง เกาเปยเตี้ยน ในเมืองเกาเปยเตี้ยน มณฑลเหอเป่ยทางตอนเหนือของจีน ได้เปิดงานเทศกาลผลไม้ไทยนานาชนิด เช่น ทุเรียน มังคุด และมะพร้าวน้ำหอม เพื่อช่วยให้ผลไม้สดจากไทยเข้าถึงตลาดทางตอนเหนือของจีน รวมถึงส่งเสริมการค้าและมิตรภาพระหว่างไทยกับจีน
รายงานระบุว่ามีพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนแวะเวียนเลือกชิมเลือกซื้อที่เทศกาลผลไม้ไทยครั้งนี้ ซึ่งร่วมจัดโดยสำนักการเกษตรของสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศจีน และบริษัทโส่วเหิง กรุ๊ป (Sunhola Group) และได้รับการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตไทยฯ และสำนักงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในกรุงปักกิ่ง
มูลค่าการซื้อขายผลไม้ไทยที่ตลาดโส่วเหิง เกาเปยเตี้ยน พุ่งสูงเกิน 100 ล้านหยวน (ราว 481 ล้านบาท) ในวันเปิดงานเทศกาลผลไม้ไทยครั้งนี้ที่จะจัดขึ้นถึงวันที่ 22 มิ.ย. ขณะผู้จัดงานเดินหน้าความร่วมมือกับผู้ค้าเพื่อมอบส่วนลดการซื้อมูลค่าหลายล้านหยวน ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคชาวจีนเข้าถึงผลไม้เขตร้อนจากไทยในราคาที่คุ้มค่า
ฉัตรชัย วิริยเวชกุล เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศจีน กล่าวว่าความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าเป็นเสาหลักสำคัญของความสัมพันธ์ไทย-จีน และการค้าขายผลไม้ช่วยให้ความร่วมมือดังกล่าวแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งงานนี้จะช่วยเพิ่มชื่อเสียงของผลไม้ไทยและขยายโอกาสทางการค้า ทำให้เกษตรกร ภาคธุรกิจ และคนทั่วไปจากทั้งสองประเทศได้รับประโยชน์ร่วมกัน
ปรัตถกร แท่นมณี อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) ของสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศจีน กล่าวว่าจีนเป็นตลาดนำเข้าผลไม้ไทยแห่งสำคัญที่สุด มีการนำเข้าผลไม้ไทยในปี 2025 สูงกว่า 4.32 หมื่นล้านหยวน (ราว 2.08 แสนล้านบาท) หรือกว่าร้อยละ 30 ของการนำเข้าผลไม้ทั้งหมด และปัจจุบันมีผลไม้ไทยที่ได้รับอนุญาตให้ส่งออกสู่จีน 22 ชนิด ซึ่งมากที่สุดในโลก
ทั้งนี้ ความสดใหม่ถือเป็นจุดแข็งของผลไม้ไทย เนื่องจากพิธีการศุลกากรและระบบโลจิสติกส์ห่วงโซ่ความเย็นข้ามพรมแดนที่มีประสิทธิภาพช่วยให้เกิดการขนส่งที่รวดเร็วแบบ "จากต้นสู่ตลาดภายใน 48 ชั่วโมง" โดยผลไม้ไทยที่ขนส่งถึงเมืองเกาเปยเตี้ยนจะกระจายสู่หลายพื้นที่ของภูมิภาคปักกิ่ง-เทียนจิน-เหอเป่ยภายใน 4 ชั่วโมง
ตลาดโส่วเหิง เกาเปยเตี้ยน ถือเป็นศูนย์กระจายสินค้าเกษตรขนาดใหญ่ที่สุดในภาคเหนือของจีน มีห้องเย็นขนาดใหญ่รวม 3.2 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมแพลตฟอร์มห่วงโซ่อุปทานดิจิทัล ทำให้เป็นช่องทางหลักของผลไม้ไทยในการเข้าสู่ตลาดจีนตอนเหนือ ทั้งยังลงนามข้อตกลงความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับสมาคมทุเรียนไทยตั้งแต่ปี 2023 อีกด้วย
บริษัทค้าขายผลไม้แห่งหนึ่งในตลาดโส่วเหิง เกาเปยเตี้ยน เผยว่ายอดจำหน่ายในปี 2025 สูงถึง 2 พันล้านหยวน (ราว 9.63 พันล้านบาท) ซึ่งทุเรียนครองสัดส่วนถึงครึ่งหนึ่งของทั้งหมด และคาดว่ายอดจำหน่ายทุเรียนในปีนี้จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 20-30 ด้วยอานิสงส์จากผลผลิตอุดมสมบูรณ์และคุณภาพที่พัฒนาดีขึ้นของทุเรียนไทย
รายงานเสริมว่าสำนักการเกษตรของสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศจีน และบริษัทโส่วเหิง กรุ๊ป ยังลงนามข้อตกลงความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์และเปิดตัว "ศูนย์บริการสำนักการเกษตรแห่งราชอาณาจักรไทยประจำโส่วเหิง" อย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกันกลุ่มแบรนด์ไทยและผู้ค้าจากจีนลงนามข้อตกลงหลายฉบับที่กระชับความร่วมมือทางการเกษตร
หลู่ฟางเสี้ยว นายกสมาคมการค้าผลไม้แห่งประเทศจีน วิเคราะห์ว่าการค้าผลไม้ระหว่างจีนกับไทยมีข้อได้เปรียบที่เกื้อหนุนกัน ไทยมีจุดแข็งด้านผลไม้เขตร้อนอย่างทุเรียนและมังคุด ส่วนจีนมีจุดแข็งด้านผลไม้เขตอบอุ่นอย่างแอปเปิลและส้ม ทำให้ความร่วมมือทางการเกษตรระหว่างสองประเทศมีศักยภาพสูงมาก
นอกจากนั้นหลู่กล่าวว่าการพัฒนาของตลาดโส่วเหิง เกาเปยเตี้ยน ได้ช่วยปรับปรุงระบบกระจายสินค้าผลไม้ภายในจีน รวมถึงช่วยให้ผลไม้ไทยเข้าถึงตลาดจีนตอนเหนือเพิ่มขึ้น