
(แฟ้มภาพซินหัว : อาคารที่พักอาศัยที่ได้รับความเสียหายในกรุงเคียฟของยูเครน หลังเหตุโจมตีจากโดรนและขีปนาวุธจากรัสเซีย วันที่ 9 ม.ค. 2026)
วอชิงตัน, 30 ต.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพฤหัสบดี (29 ต.ค.) เดอะ วอลล์ สตรีต เจอร์นัล (The Wall Street Journal) อ้างอิงแหล่งข่าวรายงานว่ายูเครนได้ระงับการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย หลังเผชิญแรงกดดันจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มานานหลายสัปดาห์ ซึ่งสั่นคลอนความเชื่อมั่นว่าสหรัฐฯ จะยังคงให้การสนับสนุนยูเครนหรือไม้
รายงานระบุว่าการระงับโจมตีอย่างไม่เป็นทางการนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับยูเครนตึงเครียดถึงขีดสุด โดยคาดว่าจะระงับการโจมตีไปจนกว่าการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ จะเสร็จสิ้น หรือจนถึงช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน
ก่อนหน้านี้ในเดือนตุลาคม ทรัมป์เรียกร้องให้ถอดถอนโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ออกจากตำแหน่งประธานาธิบดียูเครน เนื่องจากเซเลนสกีได้สร้างความปั่นป่วนต่ออุปทานน้ำมันดีเซลทั่วโลกด้วยการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย ซึ่งสิ่งนี้ได้สร้างปัญหาให้บรรดาเกษตรกรและเจ้าของฟาร์มปศุสัตว์ของสหรัฐฯ เพราะรัสเซียเป็นผู้จัดหาน้ำมันดีเซลในสัดส่วนจำนวนมากทั่วโลก
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ของอีลอน มัสก์ได้จำกัดการใช้งานบริการอินเทอร์เน็ตของยูเครนผ่านดาวเทียมสตาร์ลิงก์ (Starlink) โดยมัสก์ระบุว่ากองทัพยูเครนละเมิดข้อกำหนดการให้บริการของสตาร์ลิงก์ซึ่งเป็นบริการเชิงพาณิชย์สำหรับพลเรือน ด้วยการนำมาใช้ในการโจมตีด้วยโดรนที่คร่าชีวิตผู้คน
รายงานระบุการที่ยูเครนต้องพึ่งพาสตาร์ลิงก์ การแบ่งปันข่าวกรองจากสหรัฐฯ และขีปนาวุธสกัดกั้นของระบบแพทริออต (Patriot) ทำให้ยูเครนตกอยู่ในสถานะเปราะบางต่อแรงกดดันจากสหรัฐฯ แม้ว่าทรัมป์จะยุติความช่วยเหลือทางทหารและการเงินส่วนใหญ่ที่สหรัฐฯ มอบให้กับยูเครน หลังกลับเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อปี 2025 แล้วก็ตาม
ก่อนหน้านี้ในเดือนตุลาคม สหรัฐฯ ได้ผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันดีเซลของรัสเซียเป็นการชั่วคราว โดยตามกำหนดการทยอยส่งมอบ รัสเซียจะส่งน้ำมัน 2.25 ล้านบาร์เรลเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ และตลาดโลกในเดือนตุลาคม 3.75 ล้านบาร์เรลในเดือนพฤศจิกายน และ 7.5 ล้านบาร์เรลในช่วงถัดจากนั้น ขึ้นอยู่กับความพร้อมของโรงกลั่นน้ำมันในรัสเซีย