
(แฟ้มภาพซินหัว : เกษตรกรปักดำกล้าข้าวกลางทุ่งนาในแขวงคำม่วนของลาว วันที่ 4 ก.ค. 2026)
สิงคโปร์, 30 ต.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพฤหัสบดี (29 ต.ค.) สำนักงานอาหารสิงคโปร์และมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ เผยแพร่ผลการศึกษาอาเซียน อะกริ ไคลเมต อิมแพ็กต์ ทเวนตี (AACIT) ซึ่งคาดการณ์ว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะส่งผลให้การผลิตพืชผลหลักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ลดลงในช่วงปี 2025-2044 โดยผลผลิตข้าวเฉลี่ยจะลดลงร้อยละ 3-5 ผลผลิตข้าวโพดลดลงร้อยละ 5-6 และผลผลิตอ้อยอาจลดลงร้อยละ 1-4
ขณะเดียวกัน การศึกษาคาดว่าผลผลิตมันสำปะหลังจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 16 และผลผลิตถั่วเหลืองอาจเพิ่มขึ้นร้อยละ 11-13 ในช่วงเวลาดังกล่าว แต่ไม่ได้หมายความว่าพืชเหล่านี้จะไม่เผชิญความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากความแปรปรวนของสภาพอากาศในแต่ละปียังคงส่งผลกระทบต่อผลผลิตได้เช่นกัน โดยเฉพาะในปีที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยซึ่งมีสภาพอากาศร้อนจัด ฝนตกหนัก หรือภัยแล้ง
ผลการศึกษาพบว่าปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงมากอาจทำให้ผลผลิตการเกษตรเฉลี่ยทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ลดลงได้ถึงร้อยละ 10 และโดยทั่วไป โดยการเพาะปลูกข้าวและระบบเกษตรกรรมที่พึ่งพาน้ำฝนเป็นหลัก มีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์ดังกล่าวมากกว่าการทำเกษตรรูปแบบอื่นๆ
สำหรับในภาพรวม การศึกษาคาดว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเผชิญอุณหภูมิสูงขึ้น คลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นบ่อยและยาวนานขึ้น และปริมาณน้ำฝนที่ผันผวนมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำ ช่วงเวลาการเพาะปลูก และผลผลิตทางการเกษตร
