
(แฟ้มภาพซินหัว : ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ วันที่ 17 ส.ค. 2026)
ซานฟรานซิสโก, 15 ก.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันจันทร์ (14 ก.ย.) ผู้พิพากษา เอฟ. เดนนิส เซย์เลอร์ ที่ 4 แห่งศาลแขวงแมสซาชูเซตส์ของสหรัฐฯ มีคำสั่งระงับกฎรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งกำหนดเพดานระยะเวลาการพำนักในสหรัฐฯ แบบตายตัวสำหรับนักเรียนต่างชาติ ผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน และตัวแทนสื่อมวลชนจากต่างประเทศ โดยผู้พิพากษาอนุมัติคำร้องของฝ่ายโจทก์ให้เลื่อนวันเริ่มบังคับใช้กฎระเบียบดังกล่าวออกไปจากกำหนดเดิมในวันอังคาร (15 ก.ย.) โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 705 ของกฎหมายวิธีพิจารณาคดีทางปกครอง
อนึ่ง กฎใหม่ที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ ประกาศเมื่อเดือนกรกฎาคม จะยกเลิกระบบ "ระยะเวลาตามสถานะ" (duration of status) ที่ใช้กับนักเรียนต่างชาติในกลุ่มวีซ่าประเภท F ผู้มาเยือนเพื่อแลกเปลี่ยนในกลุ่มวีซ่าประเภท J และตัวแทนสื่อต่างประเทศประเภท I และเปลี่ยนมาใช้ระบบกำหนดระยะเวลาอนุญาตพำนักแบบแน่นอน
ภายใต้กฎดังกล่าว ผู้ถือวีซ่าประเภท F และ J โดยทั่วไปจะได้รับอนุญาตให้พำนักอยู่ในสหรัฐฯ ตามระยะเวลาของหลักสูตรการศึกษาหรือโครงการแลกเปลี่ยน แต่ไม่เกิน 4 ปี จากนั้นจะมีเวลา 30 วันสำหรับเดินทางออกจากสหรัฐฯ ซึ่งผู้ที่ต้องใช้เวลาเพิ่มเติมเพื่อเรียน ฝึกอบรม หรือร่วมโครงการแลกเปลี่ยนให้เสร็จสิ้น จะต้องยื่นคำร้องเพื่อขอต่อระยะเวลาต่อสำนักงานบริการด้านสัญชาติและตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ
ส่วนตัวแทนสื่อต่างประเทศในกลุ่มวีซ่าประเภท I จะได้รับอนุญาตให้พำนักอยู่ในสหรัฐฯ ตามเวลาที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานหรือภารกิจ แต่ไม่เกินครั้งละ 240 วัน และสามารถขอต่อระยะเวลาได้
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 18 ส.ค. องค์กรหลายแห่งได้รวมตัวกันยื่นฟ้องเพื่อขอให้ศาลระงับกฎดังกล่าว ประกอบด้วยสมาคมนักการศึกษานานาชาติ เครือข่ายอธิการบดีมหาวิทยาลัยเพื่อส่งเสริมการอุดมศึกษาและนโยบายคนเข้าเมือง สหพันธ์ครูแห่งสหรัฐฯ สหภาพแรงงานยูไนเต็ด ออโต เวิร์กเกอร์ส โลคัล 2322 สหภาพแรงงานสื่อเดอะ นิวส์กิลด์-ซีดับเบิลยูเอ และองค์กรอื่นๆ