
(แฟ้มภาพซินหัว : หอยทากยักษ์ภายในงานแสดงสัตว์แปลก ในกรุงวอร์ซอของโปแลนด์ วันที่ 17 พ.ย. 2019)
ซิดนีย์, 15 ก.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันจันทร์ (14 ก.ย.) มหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ของออสเตรเลียรายงานผลการศึกษาว่าหอยทาก "แบก" ประวัติบันทึกสภาพอากาศไว้ที่เปลือกบนหลังของพวกมัน ซึ่งสามารถนำมาใช้จัดทำแผนที่เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว และย้อนจำลองเส้นทางของพายุไซโคลนในอดีตได้ไกลถึงในยุคก่อนประวัติศาสตร์
คณะนักวิจัยวิเคราะห์วงบนเปลือกของหอยทากแถบบิกเกนเดน (Biggenden Banded Snail) ที่เก็บรวบรวมจากอุทยานแห่งชาติโคลสตัน เลกส์ รัฐควีนส์แลนด์ของออสเตรเลีย โดยใช้วิธีวัดอายุจากคาร์บอนกัมมันตรังสีความละเอียดสูง ซึ่งเผยถึงช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่ สภาพอากาศในช่วงชีวิตของมัน และอายุของหอยทากตัวนี้ที่มีอายุราว 4.5 ปีแล้ว ขณะที่การวิเคราะห์ไอโซโทปเสถียรของออกซิเจนและคาร์บอนในวงบนเปลือกแต่ละวงช่วยเผยข้อมูลน้ำฝนที่หอยทากตัวนี้เคยเจอมา
รายงานระบุว่าเปลือกของหอยทากไม่ได้เจริญเติบโตต่อเนื่องตลอดช่วงชีวิต เนื่องจากมีทั้งช่วงที่เติบโตเล็กน้อย โตเร็ว หรือหยุดเติบโต โดยในเบื้องต้นนักวิจัยคาดว่าเปลือกที่โตเร็วน่าจะสอดคล้องกับช่วงปีที่มีปริมาณน้ำฝนมาก ซึ่งจะทำให้หอยทากมีอาหารมากขึ้น แต่กลับพบว่าหอยทากตอบสนองต่อเหตุการณ์ฝนตกหนักเป็นพิเศษ มากกว่าปริมาณน้ำฝนโดยรวมตลอดทั้งปี และช่วงที่เปลือกเติบโตอย่างรวดเร็วยังเชื่อมโยงกับช่วงเวลาหลังเกิดพายุไซโคลนในปี 2015 และ 2017 อีกด้วย
สำหรับขั้นต่อไปนักวิจัยจะทดสอบวิธีวิเคราะห์ดังกล่าวกับเปลือกหอยทากที่อนุรักษ์ไว้ในชั้นตะกอนต่างๆ พร้อมนำข้อมูลจากเปลือกหอยแต่ละชิ้นมารวมกันเพื่อขยายข้อมูลสภาพอากาศให้ย้อนอดีตไปไกลยิ่งขึ้น