
(แฟ้มภาพซินหัว : เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่บริเวณแนวกั้นจุดเกิดเหตุ หลังเกิดเหตุคนถูกแทงในย่านโกลเดอร์ส กรีน (Golders Green) กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร วันที่ 29 เม.ย. 2026)
สหประชาชาติ, 12 ก.ย. (ซินหัว) -- เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการต่อต้านการก่อการร้ายของสหประชาชาติ (UN) ระบุเมื่อวันศุกร์ (11 ก.ย.) ว่าภัยก่อการร้ายมีความกระจัดกระจายไม่รวมศูนย์ (Fragmented) และซับซ้อนมากขึ้น โดยมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เข้ามาปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมของภัยคุกคาม
นาตาเลีย เกอร์มัน ผู้ช่วยเลขาธิการสหประชาชาติ และหัวหน้าสำนักงานผู้บริหารของคณะกรรมการด้านการต่อต้านการก่อการร้ายของคณะมนตรีความมั่นคง (CTED) แห่งสหประชาชาติ กล่าวว่ากลุ่มก่อการร้ายได้ปรับโครงสร้างองค์กร กระจายอำนาจการปฏิบัติการ กระจายช่องทางจัดหาเงินทุน และฉวยโอกาสจากความไม่สงบทางการเมืองเพื่อรักษาอิทธิพลของตน
เกอร์มันกล่าวในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการก่อการร้าย ซึ่งจัดขึ้นตรงกับวาระครบรอบ 25 ปีของเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน ในสหรัฐฯ ว่ากลุ่มก่อการร้ายยังคงฉวยประโยชน์จากธรรมาภิบาลที่เปราะบาง การแย่งชิงทรัพยากร และความคับข้องใจของคนในท้องถิ่น เพื่อขยายอิทธิพลของตน อีกทั้งยังปรับเปลี่ยนข้อความและยุทธศาสตร์การเกณฑ์สมาชิกอย่างแยบยล ให้สอดคล้องกับจุดเปราะบางเฉพาะของทั้งเพศชายและหญิง
นอกจากนี้ กลุ่มก่อการร้ายและเครือข่ายอาชญากรรมยังใช้เส้นทางทางทะเลและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายบุคคล อาวุธ และสิ่งของผิดกฎหมาย ขณะเดียวกัน คณะกรรมการด้านการต่อต้านการก่อการร้ายฯ ยังพบว่ากลุ่มปฏิบัติการย่อยแบบกระจายตัว เครือข่ายที่เชื่อมโยงกันอย่างหลวมๆ และผู้ก่อเหตุโดยลำพัง เริ่มมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเส้นทางในการใช้ความรุนแรงของคนกลุ่มนี้มักตรวจจับและสกัดกั้นได้ยากยิ่งขึ้น
อีกหนึ่งแนวโน้มสำคัญคือ กลุ่มก่อการร้ายหันมาใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่เพียงแต่เพื่อการโฆษณาชวนเชื่อและการรับสมัครสมาชิก แต่ยังใช้สำหรับการวางแผนโจมตี การรวบรวมข่าวกรอง และการระดมทุน ยิ่งไปกว่านั้น ระบบอากาศยานไร้คนขับยังเข้าถึงได้ง่ายขึ้น มีราคาถูกลง และมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ทำให้ถูกผู้ก่อการร้ายนำมาใช้ในการสอดแนม ลาดตระเวน และก่อเหตุโจมตีโดยตรง
แนวโน้มที่สามคือการเกณฑ์และแสวงหาผลประโยชน์จากเด็กและเยาวชน ซึ่งกำลังกลายเป็นความท้าทายอันเร่งด่วนของประชาคมต่อต้านการก่อการร้าย โดยเธอกล่าวว่า "กลุ่มก่อการร้ายและกลุ่มหัวรุนแรงกำลังฉวยประโยชน์จากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย สภาพแวดล้อมในเกมออนไลน์ และพื้นที่เสมือนจริงอื่นๆ เพื่อค้นหาจุดเปราะบางและชักจูงบุคคลให้เข้าร่วมกลุ่ม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ขณะเดียวกัน ความก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบสร้างเนื้อหาอัตโนมัติก็ยิ่งเพิ่มความเร็ว ปริมาณ และความแม่นยำในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย"
แนวโน้มที่สี่คือเครือข่ายการจัดหาเงินทุนของผู้ก่อการร้ายเริ่มกระจายศูนย์และตรวจจับได้ยากขึ้น "วิธีการดั้งเดิม เช่น การส่งคนถือเงินสด และระบบโอนเงินนอกระบบแบบฮาวาลา (Hawala) ยังคงมีการใช้งานอย่างแพร่หลาย ขณะเดียวกันผู้ก่อการร้ายเริ่มหันมาใช้บริการชำระเงินออนไลน์ แพลตฟอร์มระดมทุน (Crowdfunding) ระบบเงินดิจิทัลบนมือถือ และสินทรัพย์เสมือน มากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ หลายกลุ่มยังคงสร้างรายได้จากกิจกรรมอาชญากรรม เช่น การกรรโชกทรัพย์ การลักพาตัวเรียกค่าไถ่ การค้ามนุษย์และสิ่งผิดกฎหมาย ตลอดจนการลักลอบใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ" คำกล่าวของเกอร์มัน
เกอร์มันย้ำว่าความเชื่อมโยงระหว่างการก่อการร้ายกับกลุ่มองค์กรอาชญากรรม ยังคงเป็นลักษณะเด่นในพื้นที่ความขัดแย้งร่วมสมัยหลายแห่ง พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมโลกมุ่งมั่นในการป้องกันและเตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนกระชับความร่วมมือและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวในระดับสากลเพื่อต่อสู้กับภัยคุกคามนี้