
(แฟ้มภาพซินหัว : ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ วันที่ 7 มิ.ย. 2026)
วอชิงตัน, 17 ส.ค. (ซินหัว) -- ไฟแนนเชียล ไทม์ส (Financial Times) เผยแพร่ผลสำรวจระบุว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งสหรัฐฯ กว่าร้อยละ 53 ระบุว่าฐานะการเงินของพวกเขาแย่ลงนับตั้งแต่ประธานาธิบดีทรัมป์กลับเข้าสู่ทำเนียบขาวในเดือนมกราคม 2025 ท่ามกลางกระแสไม่พอใจต่อการรับมือปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพเพิ่มขึ้น ขณะผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่ได้สนับสนุนพรรคการเมืองใดเกือบร้อยละ 57 และผู้ที่ระบุว่าตนเองสนับสนุนพรรครีพับลิกันเกือบหนึ่งในสี่ต่างรู้สึกว่าฐานะของตนแย่ลงเช่นกัน
ผลสำรวจทั่วประเทศยังพบว่าพรรคเดโมแครตมีคะแนนนำในประเด็นการจัดการด้านการจ้างงานและเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นประเด็นที่มักถูกมองว่าเป็นจุดแข็งของพรรครีพับลิกันมาอย่างยาวนาน
ผลสำรวจดังกล่าวเผยแพร่เพียงไม่กี่วันหลังข้อมูลจากสำนักสถิติแรงงานของสหรัฐฯ เผยว่าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ชะลอตัวลงในเดือนกรกฎาคม แต่ยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.1 เมื่อเทียบเดือนต่อเดือน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.4 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ดาร์เรลล์ เวสต์ นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันบรูกกิงส์ เผยกับสำนักข่าวซินหัวว่าเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเร็วกว่าค่าจ้าง และประชาชนกำลังประสบปัญหาในการชำระค่าใช้จ่าย หลายคนรู้สึกว่าตนเองกำลังตามไม่ทันและไม่สามารถรับมือกับค่าอาหาร ค่าน้ำมัน และค่ารักษาพยาบาลได้ ขณะที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญระบุว่าความรู้สึกโดยทั่วไปที่มีต่อเศรษฐกิจเป็นไปในทางลบ และสิ่งนี้อาจส่งผลกระทบต่อพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางเทอม