
(แฟ้มภาพซินหัว : ยานพาหนะที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะที่ย่านชุมชนในเมืองพลาโน รัฐเท็กซัสของสหรัฐฯ วันที่ 9 ม.ค. 2025)
ซิดนีย์, 11 ส.ค. (ซินหัว) -- ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลีย ซึ่งเผยแพร่วันจันทร์ (10 ส.ค.) ระบุว่าแผ่นน้ำแข็งขนาดมหึมาที่ปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของอเมริกาเหนือในยุคน้ำแข็งครั้งสุดท้ายได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบฝนตกในออสเตรเลีย แม้อยู่ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตรก็ตาม
คณะนักวิจัยพบว่าความสูงของแผ่นน้ำแข็งในอเมริกาเหนือทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ที่สุดในการหมุนเวียนของชั้นบรรยากาศ เปลี่ยนทิศทางลมทั่วโลก และเคลื่อนแถบฝนเขตร้อนไปทางใต้ที่ทำให้ลมมรสุมฤดูร้อนของออสเตรเลียรุนแรงขึ้น เพิ่มปริมาณฝนในฤดูร้อนทั่วพื้นที่ส่วนใหญ่ของออสเตรเลีย และลดปริมาณฝนในบางพื้นที่ของอินโดนีเซียและปาปัวนิวกินี
การศึกษานี้มุ่งเน้นที่สภาพภูมิอากาศเมื่อราว 49,000 ปีก่อนในยุคน้ำแข็งครั้งสุดท้าย ซึ่งเป็นช่วงที่ระดับคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศต่ำมาก และมีแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่ปกคลุมบางส่วนของอเมริกาเหนือและยุโรปตอนเหนือ โดยแม้แผ่นน้ำแข็งในอเมริกาเหนือไม่ได้ใหญ่เท่ากับช่วงขยายตัวสูงสุดเมื่อราว 21,000 ปีก่อน แต่ใหญ่พอจะส่งอิทธิพลต่อสภาพภูมิอากาศในพื้นที่ห่างไกลออกไป
ผลการศึกษาระบุว่าการก่อตัวของแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่นี้ต้องใช้น้ำปริมาณมหาศาล และเมื่อน้ำจากมหาสมุทรถูกกักเก็บในรูปของน้ำแข็งบนผืนแผ่นดินมากขึ้น ระดับน้ำทะเลจึงลดลงราว 60 เมตรจนเผยให้เห็นภูมิประเทศใต้น้ำ พร้อมเชื่อมต่อออสเตรเลียและนิวกินีเข้าเป็นผืนแผ่นดินเดียวที่เรียกว่า "ซาฮูล" (Sahul)
คณะนักวิจัยเสริมว่าผลการศึกษาเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในพื้นที่หนึ่งของโลกสามารถส่งผลกระทบไปยังพื้นที่ที่อยู่ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตรผ่านชั้นบรรยากาศได้