
(แฟ้มภาพซินหัว : โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ วันที่ 25 พ.ย. 2025)
วอชิงตัน, 12 ธ.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพฤหัสบดี (11 ธ.ค.) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อออกกรอบกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับชาติ โดยจำกัดอำนาจของบรรดารัฐในประเทศ เนื่องจากกฎระเบียบที่มากเกินไปของรัฐต่างๆ เป็นอุปสรรคต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมของบริษัทเอไอของสหรัฐฯ ที่ต้องการอิสระในการพัฒนานวัตกรรม
คำสั่งดังกล่าวชี้ว่าการมีกฎระเบียบแบบแยกรัฐต่อรัฐย่อมนำไปสู่กฎระเบียบ 50 แบบที่แตกต่างกัน ซึ่งทำให้ยุ่งยากต่อการปฏิบัติตาม โดยเฉพาะสำหรับสตาร์ตอัป และกฎหมายของรัฐยังกำหนดให้ผู้ออกแบบระบบต้องผนวก "อคติทางอุดมการณ์" ลงในโมเดลมากขึ้นเรื่อยๆ โดยรัฐบาลของทรัมป์ต้องร่วมมือกับสภาคองเกรสเพื่อรับรองว่าจะมีมาตรฐานระดับชาติที่ลดทอนภาระให้น้อยที่สุด
ทั้งนี้ คำสั่งยังมอบหมายให้แพม บอนดิ อัยการสูงสุดสหรัฐฯ จัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจด้านคดีความปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งมีภารกิจหลักเพียงประการเดียวคือการจัดการกับรัฐที่ละเมิดกฎหมายเอไอ โดยรัฐที่ไม่ปฏิบัติตามอาจเผชิญบทลงโทษด้านเงินทุน อาทิ การถูกตัดความช่วยเหลือจากโครงการ BEAD ที่มุ่งขยายการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นชัยชนะของบริษัทต่างๆ อย่างเช่น โอเพนเอไอ (OpenAI) และกูเกิล (Google) ซึ่งรณรงค์คัดค้านกฎเกณฑ์ที่พวกเขามองว่าเข้มงวดเกินความจำเป็น
แซม อัลต์แมน ซีอีโอของโอเพนเอไอ เคยบอกกับสภาคองเกรสเมื่อเดือนพฤษภาคมว่าการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ของสหรัฐฯ ไม่ควรถูกชะลอลงด้วยกฎระเบียบ พร้อมเตือนว่าแนวทางการกำกับดูแลแบบแยกรัฐจะสร้างภาระหนัก และทำให้ขีดความสามารถของบริษัทอ่อนแอลงอย่างมาก
ด้านสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น (CNN) ระบุว่าในช่วงที่ยังไม่มีกฎหมายระดับชาติ บางรัฐได้ออกกฎหมายเพื่อรับมือกับความเสี่ยงและอันตรายจากปัญญาประดิษฐ์แล้ว โดยนักวิจารณ์กังวลว่าการผลักดันให้ลดกฎระเบียบอาจเปิดช่องให้บริษัทเอไอหลบเลี่ยงความรับผิดชอบ หากเครื่องมือของพวกเขาสร้างความเสียหายต่อผู้บริโภค
