
(แฟ้มภาพซินหัว : อาคารสำนักงานกูเกิลในเมืองคุรุครามของอินเดีย วันที่ 24 พ.ย. 2022)
วอชิงตัน, 6 ก.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันศุกร์ (5 ก.ย.) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีศุลกากรจากสหภาพยุโรป (EU) เพิ่มเติม หลังจากสหภาพยุโรปสั่งปรับเงินกูเกิล (Google) จำนวน 2,950 ล้านยูโร หรือราว 3,470 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.1 แสนล้านบาท) ฐานละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาด
ทรัมป์โพสต์บนแพลตฟอร์มทรูธ โซเชียล ว่าวันนี้ยุโรป "เล่นงาน" บริษัทอเมริกาอีกแห่งด้วยการปรับเงิน 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการเอาเงินที่ควรนำไปลงทุนและสร้างงานให้ชาวอเมริกันไปอย่างไม่ยุติธรรม และผู้เสียภาษีชาวอเมริกันจะไม่ยอมทนกับเรื่องนี้
นอกจากนั้นทรัมป์เสริมว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะไม่ปล่อยให้เกิดการกระทำเลือกปฏิบัติเช่นนี้ และเขาจะเริ่มต้นบังคับใช้มาตรา 301 ของรัฐบัญญัติทางการค้าปี 1974 เพื่อทำให้การลงโทษอย่างไม่เป็นธรรมกับบริษัทอเมริกาที่เสียภาษีเหล่านี้เป็นโมฆะ
อนึ่ง สหภาพยุโรปสั่งปรับเงินกูเกิลเกือบ 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ฐานใช้อำนาจเหนือตลาดโดยมิชอบด้วยการทำให้แพลตฟอร์มซื้อขายโฆษณาของตนเองได้เปรียบเหนือคู่แข่ง พร้อมสั่งกูเกิลยุติแนวปฏิบัติดังกล่าว ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 4 ที่สหภาพยุโรปคว่ำบาตรกูเกิลด้วยบทลงโทษปรับหลายพันล้านยูโรในคดีต่อต้านการผูกขาด
เทเรซา ริเบรา เจ้าหน้าที่หน่วยต่อต้านการผูกขาดระดับสูงสุดของคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวว่ามติของสหภาพยุโรปแสดงให้เห็นว่ากูเกิลใช้สถานะผู้นำของตัวเองในด้านเทคโนโลยีโฆษณาในทางที่ผิด ซึ่งส่งผลเสียต่อผู้เผยแพร่โฆษณา ผู้ลงโฆษณา และผู้บริโภค
ทั้งนี้ กูเกิลจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินดังกล่าว โดยการบังคับใช้ระเบียบข้อบังคับด้านดิจิทัลของสหภาพยุโรปเกิดขึ้นระหว่างการเจรจาการค้าระหว่างสหภาพยุโรปกับรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์