
(แฟ้มภาพซินหัว: ชิ้นส่วนนาฬิกาที่ผลิตโดยของบริษัท เหลียวหนิง พีค็อก วอช จำกัด (Liaoning Peacock Watch) ในเมืองตานตง มณฑลเหลียวหนิงทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน 18 มิ.ย. 2024)
เสิ่นหยาง, 28 ส.ค. (ซินหัว) -- ที่โรงงานแห่งหนึ่งใกล้แม่น้ำยาลู่ ในเมืองตานตง มณฑลเหลียวหนิง เถิงสวี่หลิน พนักงานชาวจีน กำลังขึ้นรูปมีดกัดเฟืองความแม่นยำสูงขนาดจิ๋วที่มีขนาดเล็กกว่าเหรียญเงิน และมีฟันเฟืองละเอียดมากจนต้องมองผ่านกล้องขยายเท่านั้น เดิมทีบริษัทนาฬิกาพีค็อก (Peacock Watch) ในเมืองตานตง ต้องนำเข้ามีดกัดเฟืองชนิดนี้จากสวิตเซอร์แลนด์ในราคาสูงถึงชิ้นละประมาณ 9,000-10,000 หยวน (ราว 44,000-49,000 บาท) แต่ปัจจุบันบริษัทสามารถผลิตเองได้ด้วยต้นทุนเพียงราว 3,000 หยวน (ราว 14,700 บาท) โดยยังคงคุณภาพและความทนทานเทียบเท่ามาตรฐานสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งช่วยให้บริษัทควบคุมกระบวนการพัฒนากลไกนาฬิกาคุณภาพสูงได้ดียิ่งขึ้น
เครื่องมือขนาดเล็กชิ้นนี้กำลังสะท้อนถึงภาพรวมการพัฒนาของตานตง เมืองชายแดนขนาดใหญ่ที่สุดของจีน ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (DPRK) โดยมีแม่น้ำยาลู่กั้นกลาง ปัจจุบันเมืองตานตงกำลังต่อยอดเติบโตจาก 3 จุดแข็งหลักที่สะสมมาอย่างยาวนาน ได้แก่ การผลิตชิ้นส่วนแม่นยำสูง การค้าชายแดน และการปลูกพืชตระกูลเบอร์รี
บริษัทนาฬิกาพีค็อกเติบโตควบคู่กับภาคการผลิตของเมืองตานตงมานานกว่า 6 ทศวรรษ โดยพัฒนาจากการประกอบนาฬิกาแบบธรรมดาสู่การผลิตกลไกและชิ้นส่วนต่างๆ ได้เอง ซึ่งปัจจุบันมีกำลังการผลิตกลไกนาฬิกาถึงราว 1 ล้านชิ้นต่อปี ขณะเดียวกัน ฐานการผลิตชิ้นส่วนแม่นยำสูงของเมืองตานตงยังขยายตัวไกลกว่าแค่อุตสาหกรรมนาฬิกา ภายในปี 2025 เมืองตานตงมีบริษัทผลิตเครื่องมือวัดและอุปกรณ์แม่นยำสูงรวมถึง 27 แห่ง คิดเป็นมูลค่าการผลิตรวมสูงถึง 3.78 พันล้านหยวน (ราว 1.84 หมื่นล้านบาท) ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ประกอบการในท้องถิ่นยังเป็นผู้ผลิตเครื่องมือเอกซเรย์เชิงอุตสาหกรรม ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดในจีนราวร้อยละ 80 และอุปกรณ์ตรวจจับนิวเคลียร์ที่ครองส่วนแบ่งสูงถึงราวร้อยละ 90 ควบคู่ไปกับผลิตภัณฑ์วิเคราะห์ ตรวจสอบ และเฝ้าระวังระบบกระจายไฟฟ้าอีกด้วย
ด้านการค้าต่างประเทศก็ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยบริการรถไฟระหว่างเมืองตานตงกับกรุงเปียงยางของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (DPRK) ได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในเดือนมีนาคม หลังจากหยุดชะงักไปนานถึง 6 ปี ข้อมูลจากผู้จัดการเขตการค้ากั๋วเหมินวานเผยว่า มีตัวแทนการค้าจาก DPRK เดินทางมาเยือนตานตงแทบทุกสุดสัปดาห์ ส่งผลให้มูลค่าการนำเข้าสินค้าสูงถึง 168 ล้านหยวน (ราว 822 ล้านบาท) ในปี 2025
นอกจากนี้ เมืองตานตงยังได้เปิดช่องทางการค้าใหม่ๆ ด้วยการจัดตั้งเขตนำร่องพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน (Cross-border E-commerce Pilot Zone) ในเดือนเมษายน 2025 ต่อมาบริษัทการค้าดิจิทัลในท้องถิ่นได้ลงนามความร่วมมือกับแพลตฟอร์มในเครือชินเซแก กรุ๊ป (Shinsegae Group) ของเกาหลีใต้
ขณะเดียวกัน ปริมาณตู้คอนเทนเนอร์สินค้าขาออกต่างประเทศที่ท่าเรือตานตง ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 เติบโตขึ้นกว่าร้อยละ 90 เมื่อเทียบปีต่อปี โดยมีเส้นทางเดินเรือที่เชื่อมโยงกับเกาหลีใต้ พร้อมทั้งรองรับสินค้าภายในประเทศจากมณฑลเหลียวหนิงและมณฑลจี๋หลิน เพื่อส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังประเทศและภูมิภาคต่างๆ มากกว่า 160 แห่งทั่วโลก
ภาคการเกษตรเข้ามาช่วยเติมเต็มเศรษฐกิจของเมืองได้อย่างสมบูรณ์ โดยมีพืชตระกูลเบอร์รีที่ก้าวขึ้นมาเป็นอุตสาหกรรมหลัก ปัจจุบันเมืองตานตงผลิตสตรอว์เบอร์รีได้มากถึง 2.88 แสนตัน และบลูเบอร์รีมากกว่า 1.2 หมื่นตันต่อปี ซึ่งสร้างกำไรให้เกษตรกรผู้ปลูกสตรอว์เบอร์รีได้สูงถึงประมาณ 30,000 หยวนต่อหมู่ (1 ไร่ เท่ากับ 2.4 หมู่) ตัวอย่างเช่นที่หมู่บ้านเต๋อเซียง ชายคนหนึ่งตัดสินใจกลับมาทำธุรกิจยังบ้านเกิดตามโครงการปี 2020 ของรัฐบาลที่สนับสนุนให้บัณฑิตจบใหม่เริ่มสตาร์ทอัพในท้องถิ่น โดยเขามุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงสายพันธุ์สตรอว์เบอร์รีให้มีเนื้อแน่นขึ้นและหวานขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้เสริมได้มากกว่า 10,000 หยวนต่อไร่จีนหรือไร่หมู่ (ราว 49,000 บาทต่อ 0.42 ไร่)
นอกจากนี้ เมืองตานตงยังวางระบบอีคอมเมิร์ซและการขนส่งทางอากาศอย่างครบวงจร ทำให้จัดส่งเบอร์รีสดใหม่ถึงมือผู้บริโภคทั่วประเทศได้ภายใน 48 ชั่วโมง ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เมืองตานตงได้เปิดตัวกฎระเบียบท้องถิ่นฉบับแรกของจีนสำหรับอุตสาหกรรมสตรอว์เบอร์รีโดยเฉพาะ ครอบคลุมตั้งแต่การคุ้มครองแบรนด์ การผลิตต้นกล้า ไปจนถึงมาตรฐานการเพาะปลูก
ทั้งหมดนี้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือวัดแม่นยำสูง เขตการค้าชายแดน หรือผลผลิตสตรอว์เบอร์รี ล้วนสะท้อนถึงเรื่องราวเดียวกัน นั่นคือภาพของเมืองชายแดนที่สามารถนำจุดเด่นทางภูมิศาสตร์ ความเชี่ยวชาญด้านการผลิต และความแข็งแกร่งขิองภาคการเกษตร มาใช้เป็นพลังขับเคลื่อนใหม่เพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน