
วอชิงตัน, 9 ต.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพฤหัสบดี (8 ต.ค.) เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่ามหาวิทยาลัย 9 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยเยล มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด มหาวิทยาลัยบราวน์ มหาวิทยาลัยพิตต์สเบิร์ก มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย-เดวิส สถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย มหาวิทยาลัยรัฐแอริโซนา และสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ ควรถูกสอบสวนในข้อกล่าวหาฉ้อโกงวีซ่าเจ-1 (J-1)
แวนซ์กล่าวว่ามีการฉ้อโกงทั้งวีซ่าเอช-1บี (H-1B) และวีซ่าเจ-1 เป็นจำนวนมาก โดยมหาวิทยาลัยทั้งเก้าแห่งนี้ควรถูกสอบสวนการใช้ประโยชน์จากวีซ่าเหล่านี้มากเกินไป เพราะนำพาชาวต่างชาติเข้ามาเพื่อกดค่าจ้างบัณฑิตและนักวิจัยชาวอเมริกัน
คีธ ซอนเดอร์ลิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานของสหรัฐฯ กล่าวถึงการระงับการเข้าร่วมโครงการรับรองสถานะแรงงานถาวรของกลุ่มบริษัทจัดหาพนักงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศหรือไอที (IT) ขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ได้แก่ ค็อกนิแซนท์ (Cognizant) อินโฟซิส (Infosys) ทาทา คอนเซาแทนซี เซอร์วิส (Tata Consultancy Services) วีโปร (Wipro) เอชซีแอล เทค (HCLTech) และแคปเจมินี (Capgemini)
ซอนเดอร์ลิงกล่าวว่ากระทรวงฯ กำลังจะระงับการเข้าร่วมโครงการข้างต้นของไมโครซอฟต์ (Microsoft) และอะดอบี (Adobe) ตามการสอบสวนหลายกรณีของรัฐบาลกลาง โดยตั้งแต่ปี 2009 บริษัทเหล่านี้ได้ยื่นขอแรงงานชาวต่างชาติเกือบ 3 ล้านคน ซึ่งได้รับอนุมัติวีซ่าเอช-1บี กว่า 2.3 แสนคน และใบรับรองสถานะแรงงานถาวรกว่า 1 แสนคน
อนึ่ง วีซ่าเอช-1บี เป็นวีซ่าทำงานสำหรับผู้ไม่มีถิ่นพำนักอาศัยในสหรัฐฯ ซึ่งเปิดทางให้บริษัทอเมริกันว่าจ้างแรงงานชาวต่างชาติสำหรับตำแหน่งเฉพาะทาง โดยเฉพาะบริษัทเทคโนโลยีในสหรัฐฯ นิยมใช้วีซ่าประเภทนี้ดึงดูดบุคลากรชาวต่างชาติที่มีการศึกษาและทักษะความเชี่ยวชาญสูง
อย่างไรก็ดี ฝ่ายบริหารภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ยกระดับความเข้มงวดของนโยบายตรวจคนเข้าเมืองมากขึ้น และปราบปรามผู้อพยพผิดกฎหมายและตรวจสอบผู้ถือวีซ่าสหรัฐฯ อย่างเคร่งครัดเพิ่มขึ้น

(แฟ้มภาพซินหัว : มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด วิทยาเขตเมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซูเซตส์ของสหรัฐฯ วันที่ 24 พ.ค. 2025)