เซินเจิ้น, 12 ก.ย. (ซินหัว) -- เมื่อไม่นานนี้ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ (TCEB) ได้จัดงาน "มีต ไทย พลัส 2026 เซินเจิ้น" (MEET Thai Plus 2026) ซึ่งเป็นเวทีส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางธุรกิจระหว่างไทย-จีนที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ทีเส็บเคยจัดมา ในเมืองเซินเจิ้น มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน ระหว่างวันที่ 9-10 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยมีองค์กรจากไทยเข้าร่วมมากกว่า 135 แห่ง ทั้งหน่วยงานภาครัฐ อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ การท่องเที่ยว และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ตลอดจนบริษัทเอกชนอย่างไทยแลนด์ อีลิต การ์ด (Thailand Elite Card) และกลุ่มสถาบันการศึกษาต่างๆ
งานนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างเวทีนิทรรศการขนาดใหญ่ที่มุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง เช่น เทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมทั้งสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ให้แก่การค้า การลงทุน และการแลกเปลี่ยนทางธุรกิจระหว่างไทยและจีน
ผู้นำจากทั้งไทยและเซินเจิ้นต่างกล่าวในสุนทรพจน์ว่างาน "มีต ไทย พลัส 2026 เซินเจิ้น" ถือเป็นโอกาสสำคัญในการกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไทย-จีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เขตเศรษฐกิจอ่าวกว่างตง-ฮ่องกง-มาเก๊า (GBA) ของจีน รวมถึงเซินเจิ้น มีศักยภาพโดดเด่นด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ การผลิตขั้นสูง และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ขณะที่ไทยก็มีทำเลที่ตั้งและโครงสร้างพื้นฐานด้านการลงทุนที่เอื้อต่อการเป็นศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานและประตูสู่ตลาดอาเซียนสำหรับบริษัทจีน ดร. พสุ โลหารชุน ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมฯ กล่าวว่าไทยและจีนมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งมาอย่างยาวนาน และเซินเจิ้นถือเป็นศูนย์กลางสำคัญด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต งานครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงจุดแข็งของทั้งสองประเทศในการสร้างโอกาสการพัฒนาใหม่ให้แก่ภาคธุรกิจ และส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น
งาน "มีต ไทย พลัส 2026 เซินเจิ้น" จะช่วยเพิ่มโอกาสแก่บริษัทจีนในการเข้ามาลงทุนในไทย ขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดไทย และสร้างความร่วมมือในภาคอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ผ่านการนำเสนอจุดแข็งทางอุตสาหกรรมและโอกาสทางธุรกิจของไทยอย่างครบวงจร ควบคู่ไปกับระบบสนับสนุนและส่งเสริมการค้า การลงทุน และโครงสร้างพื้นฐาน ไฮไลต์สำคัญของงานนี้คือกิจกรรมจับคู่ทางธุรกิจระหว่างไทย-จีน ซึ่งมีการจัดการประชุมทางธุรกิจกว่า 800 นัด และมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 2,000 คน โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 1,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กว่า 10 หัวข้อ ครอบคลุมประเด็นด้านการค้า การลงทุน เทคโนโลยี นวัตกรรม อุตสาหกรรมแห่งอนาคต เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญและผู้นำทางความคิดกว่า 20 ท่านจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และองค์กรธุรกิจของไทยและจีน ร่วมแบ่งปันมุมมองและข้อมูลเชิงลึก
นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีของไทย กล่าวว่าไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์ทางการค้ากับจีนมาโดยตลอด โดยในการเยือนจีนอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รัฐบาลของทั้งสองประเทศได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) รวม 15 ฉบับ และงานครั้งนี้ถือเป็นการสานต่อผลสำเร็จจากการเยือนจีนในครั้งนั้น
นภินทรกล่าวว่าไทยมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เอไอ โดยความร่วมมือในสาขาเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การแบ่งปันประสบการณ์ และการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีร่วมกันได้ พร้อมแสดงความหวังว่างานนี้จะช่วยสร้างโอกาสในการลงทุนและความร่วมมือให้แก่ผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศมากยิ่งขึ้น ขณะที่ไทยเดินหน้าเชื่อมโยงกับอาเซียนและก้าวสู่เวทีโลกเพื่อเติบโตและพัฒนาร่วมกัน
อนึ่ง ข้อมูลสถิติจากทีเส็บระบุว่าปริมาณการค้าระหว่างไทย-จีนในปี 2025 มีมูลค่าสูงถึงราว 1 ล้านล้านหยวน (ราว 4.92 ล้านล้านบาท) ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 28 เมื่อเทียบกับปี 2024