
(แฟ้มภาพซินหัว : บรรยากาศการประชุมสุดยอดหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ครั้งที่ 11 ที่ศูนย์การประชุมและนิทรรศการฮ่องกงในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงทางตอนใต้ของจีน วันที่ 9 ก.ย. 2026)
ฮ่องกง, 12 ก.ย. (ซินหัว) -- เมื่อไม่นานนี้ เขตบริหารพิเศษฮ่องกงทางตอนใต้ของจีนได้จัดการประชุมสุดยอดหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Summit) ครั้งที่ 11 โดยมีเจ้าหน้าที่และผู้นำทางธุรกิจกว่า 6,000 คนจากกว่า 70 ประเทศและภูมิภาคเข้าร่วม
จอห์น ลี ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง กล่าวว่าในยามที่โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงและความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สิ่งที่แผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางนำเสนอ ทั้งการเชื่อมโยง สร้างความร่วมมือ และฉันทามติ ล้วนมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยแผนริเริ่มฯ ไม่ใช่แผนที่ของอดีต แต่เป็นพิมพ์เขียวแห่งอนาคตที่มีร่วมกัน และฮ่องกงคือสถานที่ที่จะทำให้อนาคตนั้นเกิดขึ้นจริง
เฟรเดอริก หม่า ประธานสภาการพัฒนาการค้าแห่งฮ่องกง (HKTDC) กล่าวว่าแผนริเริ่มฯ มุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมโยงที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นและการเปลี่ยนศักยภาพที่มีอยู่ให้กลายเป็นผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมในระดับโลก โดยภูมิภาคอาเซียน เอเชียกลาง ตะวันออกกลาง แอฟริกา และลาตินอเมริกา ล้วนเป็นพื้นที่สำคัญที่เต็มไปด้วยโอกาส
ในวันแรกของการประชุม มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจและข้อตกลงรวมทั้งสิ้น 32 ฉบับ ครอบคลุมทั้งด้านการเงิน การบริการระดับมืออาชีพ และการก่อสร้าง
อนึ่ง มูลค่าการค้าสินค้าระหว่างฮ่องกงกับเหล่าประเทศหุ้นส่วนแผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางในปี 2025 เพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 17 แตะที่ราว 3.23 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 10.67 ล้านล้านบาท) โดยมีบริษัทเกือบ 1,500 แห่งจากประเทศพันธมิตรตามแผนริเริ่มฯ ที่ได้เข้ามาจัดตั้งสำนักงานในฮ่องกง ขณะที่มีบริษัทมากกว่า 100 แห่งในกลุ่มนี้ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงแล้ว และยังมีอีกหลายแห่งที่อยู่ระหว่างเตรียมการจดทะเบียนเข้าตลาด
