อุรุมชี, 20 ส.ค. (ซินหัว) -- หลี่ช่วงเย่หรือ "หมอนั่งยอง" ที่ชาวเมืองในตำบลไป๋สือข่านเท่อ อำเภอซาเชอ เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน รู้จักกันดีด้วยวิธีการเคลื่อนตัวที่พิเศษในท่านั่งยองพร้อมจับข้อเท้าของตัวเองเพื่อเหวี่ยงร่างกายไปข้างหน้า เจ้าของคลินิกที่มีป้ายไฟเขียนว่า "เปิดให้บริการตรวจรักษาตลอด 24 ชั่วโมง" ติดอยู่หน้าคลินิก
หลี่เกิดปี 1988 ที่มณฑลเหอหนานทางตอนกลางของจีน และชีวิตของเขาเริ่มต้นด้วย "ด่านยาก" เพราะป่วยโรคโปลิโอตอนอายุ 7 เดือน ทำให้ขาทั้งสองข้างเป็นอัมพาตถาวรและใช้ชีวิตเร่ร่อนอยู่ช่วงหนึ่งจนอายุ 16 ปี จึงได้กลับเข้าสู่โรงเรียนอีกครั้ง ตั้งใจเล่าเรียนจนสำเร็จการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย และสอบผ่านจนได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์ในที่สุด
ปี 2025 หลี่เดินทางมายังซินเจียงและเปิดคลินิกขนาด 300 ตารางเมตรในตำบลไป๋สือข่านเท่อ ประกอบด้วยพื้นที่คัดกรองผู้ป่วยหรือห้องตรวจ ห้องให้ยาทางหลอดเลือดหรือห้องให้น้ำเกลือ ห้องยา และพื้นที่พักอาศัย ขณะบนผนังของคลินิกยังติดประกาศลดค่ายาให้ผู้พิการและสมาชิกครอบครัวที่ฐานะยากจน
แม้ผู้ป่วยจะมาเคาะประตูคลินิกในยามดึกดื่น แต่หลี่ยังต้อนรับด้วยความเต็มใจและซักถามอาการอย่างละเอียด โดยหลี่กล่าวว่า "สิ่งที่สำคัญกว่าทักษะทางการแพทย์คือการปฏิบัติต่อผู้คนด้วยความจริงใจ"
นอกจากตรวจรักษาที่คลินิกแล้ว หลี่ยังออกไปตามหมู่บ้านโดยรอบ เพื่อตรวจเยี่ยมชาวบ้านที่ไม่สะดวกเดินทาง โดยหลี่ได้รับการต้อนรับ การปฏิบัติต่อกันราวคนในครอบครัว และการแสดงความขอบคุณจากชาวบ้านอยู่เสมอ ทำให้หลี่ได้สัมผัสถึงความเรียบง่ายจริงใจของผู้คนจากหลากหลายกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่
เรื่องราวของหลี่แพร่กระจายบนโลกออนไลน์จีน ชาวเน็ตจำนวนมากต้องการบริจาคเงินเพื่อแสดงน้ำใจ แต่หลี่ปฏิเสธทั้งหมด โดยระบุว่าการที่ได้ช่วยเหลือเพื่อนผู้พิการ ก็เหมือนกับการช่วยเหลือตัวของเขาเองในอดีต พร้อมเสริมว่าปัจจุบัน ตนมีความสามารถแล้ว จึงควรทำสิ่งต่างๆ ให้มากขึ้น
หลี่ผสานความเคารพและความรักที่มีต่อชีวิตลงในทุกย่างก้าวอันยากลำบากและการตรวจรักษาอย่างอดทนทุกครั้ง ใช้ความมุ่งมั่นอันแข็งแกร่งดูแลสุขภาพของชาวบ้าน พร้อมพิสูจน์ความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัดของชีวิตตัวเองไปพร้อมกัน
(บันทึกภาพวันที่ 26-27 ก.ค. 2026)