
(แฟ้มภาพซินหัว : บรรยากาศการเสวนาหัวข้อนวัตกรรมการถ่ายภาพด้วยอุปกรณ์พกพาและการเปลี่ยนผ่านของสื่อในยุคปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมสุดยอดสื่อโลก ครั้งที่ 7 ในกรุงปักกิ่งของจีน วันที่ 5 พ.ย. 2026)
ปักกิ่ง, 6 พ.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันพฤหัสบดี (5 พ.ย.) การประชุมสุดยอดสื่อโลก (World Media Summit) ครั้งที่ 7 ในกรุงปักกิ่งของจีน จัดเวทีการประชุมย่อยหัวข้อ "ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับการสร้างความทันสมัยของจีน" ซึ่งมุ่งถกประเด็นเอไอ พลัส (AI Plus) และฉันทามติใหม่เกี่ยวกับการกำกับดูแลการสื่อสารระดับโลก โดยดึงดูดคณะผู้แทนจากองค์กรสื่อมวลชน สถาบันคลังสมอง หน่วยงานรัฐบาล และสถาบันอื่นๆ ทั้งจากจีนและต่างประเทศมาร่วมหารือแนวทางที่สื่อจะปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง ไขว่คว้าโอกาส และร่วมกันรับมือความท้าทายในยุคเอไอ ซึ่งผู้เข้าร่วมได้เรียกร้องให้องค์กรสื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อช่วยเผยแพร่ข่าวสารที่ถูกต้อง เป็นธรรม และน่าเชื่อถือ
ฮั่วเสี่ยวกวง รองผู้อำนวยการใหญ่สำนักข่าวซินหัว กล่าวว่าการพัฒนาของปัญญาประดิษฐ์ส่งผลให้สื่อกระแสหลักแบบดั้งเดิมทั่วโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยสื่อกระแสหลักของจีนกำลังปฏิรูปอย่างเป็นระบบเพื่อสร้างความได้เปรียบในระบบนิเวศการสื่อสารยุคใหม่ และสำนักข่าวซินหัวพร้อมร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อร่วมกันรักษาความน่าเชื่อถือของสื่อ ส่งเสริมการแบ่งปันความสำเร็จทางเทคโนโลยี และเสริมสร้างความเข้าใจและมิตรภาพระหว่างอารยธรรมที่แตกต่างกัน
ผู้เข้าร่วมการประชุมเรียกร้องให้บุคลากรสื่อร่วมกันสร้างฉันทามติ ส่งเสริมการเจรจาหารือระหว่างอารยธรรมผ่านการเปิดกว้างและการยอมรับความหลากหลาย ตลอดจนเปิดโอกาสให้เทคโนโลยีอัจฉริยะช่วยยกระดับการรายงานข่าวให้มีความถูกต้อง เป็นธรรม และน่าเชื่อถือได้มากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ระหว่างการประชุมย่อยมีการเปิดตัวหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ไบโอนิก "ผู้ประกาศข่าว" อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกของโลก และยังมีการจัดพิธีลงนามจัดตั้งพันธมิตรอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ของสำนักข่าวซินหัว (สำนักงานใหญ่ปักกิ่ง) รวมทั้งพิธีเปิดตัวโครงการวิจัยด้านเทคโนโลยีภาพข่าวบนอุปกรณ์เคลื่อนที่และมาตรฐานความถูกต้องแท้จริง
อนึ่ง การประชุมสุดยอดสื่อโลก ครั้งที่ 7 ซึ่งจัดขึ้นร่วมกันโดยสำนักข่าวซินหัวและรัฐบาลประชาชนเทศบาลกรุงปักกิ่ง มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-9 พ.ย. ในกรุงปักกิ่ง โดยมีคณะผู้แทนเกือบ 500 คนจากสำนักข่าวกระแสหลัก สถาบันคลังสมอง หน่วยงานรัฐบาล และองค์กรระหว่างประเทศเกือบ 330 แห่งจาก 112 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลกเข้าร่วม