
(แฟ้มภาพซินหัว : สถานที่ฉีดวัคซีนสำหรับการทดลองทางคลินิกเพื่อป้องกันเชื้อไวรัสอีโบลา สายพันธุ์บุนดีบูโย ในเมืองบูเนียของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกหรือดีอาร์คองโก วันที่ 23 ต.ค. 2026)
คินชาซา, 27 ต.ค. (ซินหัว) -- หน่วยงานสาธารณสุขของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกหรือดีอาร์คองโก (DRC) และองค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่าจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาที่ได้รับการยืนยันผลในดีอาร์คองโกพุ่งสูงเกือบ 10,000 ราย เมื่อนับตั้งแต่เกิดการระบาดในเดือนพฤษภาคม 2026 ขณะปัญหาการโจมตีบุคลากรการแพทย์เพิ่มอุปสรรคในการควบคุมโรคระบาด
รายงานล่าสุดจากหน่วยงานสาธารณสุขของดีอาร์คองโกเมื่อวันจันทร์ (26 ต.ค.) ระบุว่าจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาที่ได้รับการยืนยันผลในดีอาร์คองโกสะสมอยู่ที่ 9,964 ราย ซึ่งรวมถึงผู้ติดเชื้อเสียชีวิต 4,841 ราย เมื่อนับถึงวันเสาร์ (24 ต.ค.) ทำให้อัตราการเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อสูงถึงร้อยละ 48.6
ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก ประณามเหตุโจมตีในจังหวัดโชโปทางตะวันออกเฉียงเหนือของดีอาร์คองโกเมื่อวันเสาร์ (24 ต.ค.) ซึ่งทำให้พยาบาลเสียชีวิตหนึ่งราย พร้อมเรียกร้องความปลอดภัยและการคุ้มครองบุคลากรการแพทย์ที่ปฏิบัติงานปกป้องชุมชนจากโรคระบาด
สื่อท้องถิ่นดีอาร์คองโกรายงานว่ากลุ่มบุคลากรการแพทย์เคราะห์ร้ายถูกประชาชนท้องถิ่นทำร้ายด้วยคำกล่าวอ้างว่าทำให้แหล่งน้ำในท้องถิ่นปนเปื้อนเชื้อไวรัสอีโบลาเพื่อแพร่กระจายโรคระบาด ซึ่งหน่วยงานสาธารณสุขและทางการท้องถิ่นปฏิเสธคำกล่าวอ้างดังกล่าวอย่างเด็ดขาด ชี้ว่าเป็นข่าวลือที่บิดเบือนข้อเท็จจริง
อนึ่ง ดีอาร์คองโกประกาศการระบาดของไวรัสอีโบลา สายพันธุ์บุนดีบูโย เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2026 โดยสายพันธุ์บุนดีบูโยแตกต่างจากสายพันธุ์ซาอีร์ (Zaire) ที่พบบ่อยกว่าตรงยังไม่มีวัคซีนป้องกันหรือวิธีการรักษาเฉพาะทาง และปัจจุบันแพร่กระจายไปยัง 5 ประเทศ ได้แก่ ดีอาร์คองโก ยูกันดา เคนยา ไนจีเรีย รวมถึงฝรั่งเศสที่ตรวจพบผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศ
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา (Africa CDC) ระบุว่าการระบาดของไวรัสอีโบลาระลอกนี้เป็นการระบาดทางภูมิศาสตร์ที่กินวงกว้างมากที่สุดในประวัติศาสตร์ พร้อมเตือนว่าการระบาดข้ามพรมแดนอย่างต่อเนื่องเพิ่มความท้าทายในการเฝ้าระวังและยับยั้งโรคระบาดในระดับภูมิภาค
ด้านกระทรวงสาธารณสุขของเคนยารายงานการปล่อยตัวผู้มีประวัติสัมผัสเชื้อไวรัสอีโบลาออกจากการกักกันโรค 20 รายแรก หลังจากผ่านการเฝ้าระวังทางสาธารณสุขครบกำหนด 21 วัน โดยไม่ได้มีอาการใดๆ และยังคงมีสุขภาพแข็งแรงดี ส่วนที่เหลืออีก 98 ราย มีกำหนดปล่อยตัวแบบแบ่ง 4 ระยะ เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 3 พ.ย. ตามผลการประเมินสุขภาพรายบุคคล
กระทรวงฯ ระบุว่าจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาที่ได้รับการยืนยันผลในเคนยายังคงอยู่ที่ 9 ราย ซึ่งรวมถึงผู้ติดเชื้อเสียชีวิต 2 ราย ทำให้อัตราการเสียชีวิตของผู้ติดเชื้ออยู่ที่ร้อยละ 22.2 โดยผู้ติดเชื้ออีกเจ็ดรายมีอาการทรงตัวและรับการดูแลรักษาจากทีมผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา
เคนยายืนยันการตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาที่มาจากต่างประเทศรายแรกเมื่อวันที่ 6 ต.ค. ซึ่งผลการลำดับพันธุกรรมของตัวอย่างที่มีผลตรวจเชื้อไวรัสอีโบลาเป็นบวก 3 ใน 9 รายการ แสดงความเชื่อมโยงโดยตรงกับผู้ติดเชื้อรายแรกและสายพันธุ์บุนดีบูโยที่มีต้นกำเนิดในดีอาร์คองโก