
(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้หางานตรวจสอบข้อมูลตำแหน่งงาน ที่มหกรรมจัดหางานในเมืองหนานจิง มณฑลเจียงซูทางตะวันออกของจีน วันที่ 20 ก.ย. 2026)
ปักกิ่ง, 11 ต.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันเสาร์ (10 ต.ค.) หลี่จง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และประกันสังคมของจีน ได้ประกาศโครงการริเริ่มส่งเสริมการจ้างงานให้สอดรับกับการพัฒนาด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเดินหน้าปรับตัวด้านแรงงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว โดยจีนจะรับมือกับผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีเกิดใหม่อื่นๆ ที่มีต่อการจ้างงานอย่างจริงจัง พร้อมส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ และยกระดับการจ้างงานที่มีคุณภาพ
แผนระยะ 5 ปีว่าด้วยการดำเนินกลยุทธ์ที่ให้ความสำคัญกับการจ้างงานเป็นอันดับแรก ระบุให้การส่งเสริมการจ้างงานท่ามกลางความก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์เป็นภารกิจสำคัญ โดยเรียกร้องให้สร้างงานผ่านการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ และดึงศักยภาพในการสร้างงานจากภาคส่วนดั้งเดิมมาใช้ประโยชน์ ปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์กำลังปรับโฉมเศรษฐกิจจีนและเปลี่ยนแปลงตลาดแรงงานของประเทศ ส่งผลให้ความต้องการแรงงานที่มีทักษะเทคนิคเฉพาะทางเพิ่มขึ้น
ม่ายม่าย (Maimai) แพลตฟอร์มเครือข่ายและจัดหางาน เผยว่าจำนวนประกาศรับสมัครงานใหม่ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ในภาคเศรษฐกิจใหม่บนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นร้อยละ 789.47 เมื่อเทียบปีต่อปีในช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคม ขณะที่จาวพิ่น (Zhaopin) แพลตฟอร์มหางานออนไลน์ ระบุว่ามีความต้องการวิศวกรด้านปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงผู้ที่ทำงานในอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์และเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะสูงเป็นพิเศษ มูลค่าอุตสาหกรรมหลักด้านปัญญาประดิษฐ์ของจีนทะลุ 1.2 ล้านล้านหยวน (ราว 6.02 ล้านล้านบาท) โดยมีผู้ประกอบการในภาคส่วนนี้มากกว่า 6,200 ราย และอัตราการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในอุตสาหกรรมหลักต่างๆ สูงกว่าร้อยละ 80
นอกเหนือจากปัญญาประดิษฐ์ จีนยังมุ่งสร้างโอกาสในการจ้างงานผ่านการพัฒนาอุตสาหกรรมเกิดใหม่และอุตสาหกรรมแห่งอนาคตด้วย โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จีนได้กำหนดอาชีพใหม่ 72 อาชีพ อาทิ ผู้ฝึกสอนระบบปัญญาประดิษฐ์ และผู้จัดการด้านการปล่อยก๊าซคาร์บอน พร้อมบรรจุอาชีพเหล่านี้เข้าสู่ระบบการจำแนกประเภทอาชีพอย่างเป็นทางการของประเทศ โดยตั้งแต่ต้นปี 2026 จีนประกาศอาชีพใหม่แล้ว 11 อาชีพ
สถานการณ์การจ้างงานโดยรวมของจีนยังคงมีเสถียรภาพ ข้อมูลเมื่อวันเสาร์ (10 ต.ค.) ระบุว่าจีนมีการสร้างงานใหม่ในเขตเมืองจำนวน 10.52 ล้านตำแหน่ง ในช่วงเดือนมกราคม-กันยายนของปี 2026 ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 87.7 ของเป้าหมายประจำปี ส่วนอัตราการว่างงานในเขตเมืองของกลุ่มสำรวจอยู่ที่เฉลี่ยร้อยละ 5.2 ในช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคมแรกของปีนี้
