
ปักกิ่ง, 22 ต.ค. (ซินหัว) -- อำเภออวี๋ตู ณ มณฑลเจียงซีทางตะวันออกของจีน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทัพทางไกลหรือลองมาร์ช (Long March) ของกองทัพแดงแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้ต้อนรับแขกผู้มาเยือนหลายล้านคนในแต่ละปี หนึ่งในนั้นคือ "สีจิ้นผิง" ประธานาธิบดีจีน ผู้เยี่ยมเยือนอำเภอแห่งนี้ในเดือนพฤษภาคม 2019
คราวนั้นสีจิ้นผิงได้วางดอกไม้ที่อนุสรณ์การออกเดินทัพทางไกล เยือนจุดที่กองทัพแดงเคยใช้ข้ามแม่น้ำอวี๋ตู และพบปะลูกหลานของทหารกองทัพแดง โดยสีจิ้นผิง ซึ่งเป็นเลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคฯ และประธานคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง เผยว่าการมาเยือนของตนเพื่อให้ประชาชนรู้ว่าพรรคฯ มิเคยลืมเลือนปณิธานตั้งต้น
"เราต้องสานต่อจากอดีต เก็บกระเป๋าสัมภาระ และออกเดินทางกันอีกครั้ง" สีจิ้นผิงกล่าว โดยปี 2026 ตรงกับวาระครบรอบ 90 ปี บทสรุปแห่งชัยชนะของการเดินทัพทางไกล
สานต่อพันธกิจสำคัญ
การเดินทัพทางไกลของกองทัพแดงแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีนถือเป็นจุดเปลี่ยนเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งทำให้เหล่าทหารกองทัพแดงต้องเดินทางข้ามแม่น้ำเกือบ 100 สาย ภูเขาสูงชันมากกว่า 40 ลูก และผ่านพื้นที่ลุ่ม "แดนมรณะ" แสนอันตราย รวมถึงสู้รบมากกว่า 600 ครั้ง มีทหารล้มตายระหว่างเดินทางเป็นจำนวนมาก
หลังจากสิ้นสุดการเดินทัพทางไกล พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ตั้งฐานที่มั่นในพื้นที่ตอนเหนือของมณฑลส่านซีทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ซึ่งมีเมืองเหยียนอันเป็นศูนย์บัญชาการใหญ่นานกว่าหนึ่งทศวรรษ โดยที่นี่เป็นจุดสั่งสมความแข็งแกร่งและนำพาประชาชนชาวจีนต่อสู้กับการรุกรานของญี่ปุ่นและโค่นล้มระบอบของพรรคก๊กมินตั๋ง
เมืองเหยียนอัน ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของการปฏิวัติจีนหลังจากสิ้นสุดการเดินทัพทางไกล รวมถึงก้าวแรกแห่งชัยชนะระดับชาติ ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นเส้นทางการเมืองของสีจิ้นผิง ผู้กล่าวว่าการเดินทัพทางไกลเป็นทั้งบททดสอบจิตวิญญาณและเจตจำนงของมนุษย์อันยิ่งใหญ่ และการเดินทางเพื่อแสวงหาการฟื้นฟูชนชาติจีน
นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งผู้นำสูงสุดของจีนในช่วงปลายปี 2012 สีจิ้นผิงได้ย้อนรอยเส้นทางการเดินทัพทางไกล ตั้งแต่ "อวี๋ตู" ที่เป็นจุดรวมพลกองทัพแดงและออกเดินทาง "เฉวียนโจว" ที่เกิดยุทธการสู้รบแม่น้ำเซียงเจียง "จุนอี้" ที่เป็นจุดเปลี่ยนสถานการณ์ และ "เจี้ยงไถปู่" ที่เป็นจุดรวมตัวกองทัพแดงยามสิ้นสุดการเดินทัพทางไกล
สำหรับผู้นำจีนหลายต่อหลายรุ่น การเดินทัพทางไกลไม่ใช่เพียงปฏิบัติการทางทหารเท่านั้น แต่ยังเป็นอุปมาถึงพันธกิจการเปลี่ยนแปลงประเทศจีนที่ยังไม่จบสิ้น โดยสีจิ้นผิงเคยกล่าวว่าการเดินทัพทางไกลของคนรุ่นปัจจุบันคือการบรรลุ "สองเป้าหมายแห่งศตวรรษ" และ "ความฝันจีน" นั่นคือการฟื้นฟูชนชาติจีนได้สำเร็จ
สองเป้าหมายแห่งศตวรรษหมายถึงการสร้างความเจริญมั่งคั่งระดับปานกลางในทุกด้านภายในปี 2021 ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 100 ปี การก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน และการสร้างประเทศสังคมนิยมสมัยใหม่อันยิ่งใหญ่ในทุกด้านภายในช่วงกลางศตวรรษ ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 100 ปี การก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน
กล้าหาญฝ่าฟันทุกอุปสรรค
การเดินทัพทางไกลครั้งใหม่จะทดสอบความแน่วแน่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนท่ามกลางความท้าทายรูปแบบใหม่ นั่นคือจีนต้องรักษาแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างภูมิภาค แก้ไขปัญหาทุจริต ขจัดความยากจนขั้นสูงสุด บรรเทาปัญหาสิ่งแวดล้อม และตอบสนองความคาดหวังจากนานาชาติที่เพิ่มขึ้นต่อจีน
ความพยายามสร้างความทันสมัยของจีนที่นำโดยสีจิ้นผิงในปัจจุบันเป็นสิ่งที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ โดยเป้าหมายของสีจิ้นผิงคือความเจริญมั่งคั่งร่วมกันของทุกคนทั้งด้านวัตถุและวัฒนธรรม-จริยธรรม พร้อมเน้นย้ำความกลมกลืนระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ รวมถึงการพัฒนาอย่างสันติ
สีจิ้นผิงได้ผลักดันสารพัดยุทธศาสตร์ที่มองการณ์ไกลเพื่อการเดินทัพทางไกลครั้งใหม่บนทิศทางที่ถูกต้อง อาทิ การปฏิรูปที่มีความครอบคลุมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งทำให้ตลาดมีบทบาทชี้ขาดในการจัดสรรทรัพยากร รัฐบาลปฏิบัติหน้าที่ของตนเองได้ดียิ่งขึ้น และการเปิดให้นักลงทุนชาวต่างชาติเข้าถึงตลาดจีนมากยิ่งขึ้น
นอกจากนั้นสีจิ้นผิงได้ผลักดันปรัชญาการพัฒนาแบบใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ การทำงานร่วมกัน การพัฒนาอันเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การเปิดกว้าง และผลประโยชน์ร่วมกันยิ่งขึ้น รวมถึงนำเสนอ "กำลังการผลิตใหม่ที่มีคุณภาพ" ซึ่งขับเคลื่อนด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการยกระดับอุตสาหกรรม
ความท้าทายในวันนี้คือการก้าวทันการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์และความก้าวหน้าของนวัตกรรมเทคโนโลยี ซึ่งสีจิ้นผิงได้กำหนดทิศทางให้จีนเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรมที่เป็นของตนเอง ห่วงโซ่อุตสาหกรรม และห่วงโซ่อุปทาน พร้อมรับรองการพัฒนาและความมั่นคงในเวลาเดียวกัน
สีจิ้นผิงได้เป็นผู้นำการสร้างจีนเป็นขุมพลังทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ยกระดับจีนขึ้นมาอยู่แนวหน้าของโลกในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีควอนตัม และพลังงานใหม่ ขณะเดียวกันสีจิ้นผิงริเริ่มการปฏิรูปกองทัพครั้งใหญ่ วางรากฐานเพื่อบรรลุเป้าหมายในวาระครบรอบ 100 ปี การก่อตั้งกองทัพปลดแอกประชาชนจีนในปี 2027
ทั้งนี้ การเดินทัพทางไกลครั้งใหม่มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องด้วยผลลัพธ์สำคัญอย่างผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนในช่วงปี 2012-2025 เพิ่มขึ้นจากราว 54 ล้านล้านหยวน (ราว 272 ล้านล้านบาท) เป็นกว่า 140 ล้านล้านหยวน (ราว 706 ล้านล้านบาท)
นอกจากนั้นผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศต่อหัวของจีนในช่วงปี 2012-2025 เพิ่มขึ้นจากกว่า 6,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.02 แสนบาท) เป็นเกือบ 14,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.72 แสนบาท) และจีนได้สร้างระบบอุตสาหกรรมอันสมบูรณ์ที่ครอบคลุมทุกหมวดหมู่อุตสาหกรรมตามการจัดประเภทของสหประชาชาติ (UN)
ผลสำรวจระดับโลกจากศูนย์วิจัยพิวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2026 พบว่าหลายประเทศมีมุมมองต่อจีนดีขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และเป็นครั้งแรกที่ส่วนใหญ่ของประเทศกลุ่มสำรวจมีมุมมองเชิงบวกต่อจีนมากกว่าสหรัฐฯ
เพื่อประชาชนทุกคน
สีจิ้นผิงเน้นย้ำว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีนต้องทำงานเพื่อประชาชน พร้อมเรียกร้องเจ้าหน้าที่รัฐใช้จิตวิญญาณของการเดินทัพทางไกลเป็นแรงบันดาลใจ และทำความเข้าใจภารกิจตั้งต้นของพรรคฯ ให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งคือ "แสวงหาความผาสุกให้ประชาชนชาวจีนและการฟื้นฟูชนชาติจีน"
สีจิ้นผิงได้ประณามเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนที่ประพฤติมิชอบอย่างไม่เกรงกลัว ทั้งการเล่นพรรคเล่นพวก การแบ่งฝักแบ่งฝ่าย การใช้ตำแหน่งหน้าที่เป็นเครื่องต่อรอง และการแสร้งปฏิบัติตามคำสั่ง ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้อาจส่งผลให้พรรคฯ ขัดแย้งบาดหมางกับประชาชนได้
สีจิ้นผิงเตือนว่าการทุจริตที่ไร้การตรวจสอบควบคุมอาจนำสู่จุดจบของทั้งพรรคฯ และรัฐชาติ จึงประกาศหลักปฏิบัติ 8 ประการเพื่อยับยั้งความฟุ่มเฟือยของเจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมดำเนินการปราบปรามการทุจริตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์พรรคฯ ที่นำสู่การสอบสวนกรณีละเมิดวินัยของคนหลายล้านคน
สีจิ้นผิงเป็นผู้นำการบรรเทาความยากจนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งช่วยนำพาประชาชนในพื้นที่ชนบทของจีนหลุดพ้นจากความยากจนขั้นสูงสุดเกือบ 100 ล้านคนภายในเวลา 8 ปี โดยนับตั้งแต่เริ่มต้นการปฏิรูปและเปิดประเทศของจีนในปี 1978 การลดความยากจนมากกว่าร้อยละ 70 ของโลกเกิดขึ้นในจีน
ปัจจุบันภูเขาและทุ่งหญ้าที่กองทัพแดงเคยต้องเดินเท้าข้ามไปได้เชื่อมต่อถึงกันด้วยทางหลวงและทางรถไฟ โดยจีนได้สร้างเครือข่ายทางด่วนและทางรถไฟความเร็วสูงขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งช่วยเกื้อหนุนการขนส่งสินค้าเกษตรจากหมู่บ้านห่างไกลและเพิ่มรายได้ของประชาชนท้องถิ่น
จีนยังประสบความสำเร็จในการฟื้นฟูระบบนิเวศ โดยจีนกลายเป็นประเทศที่มีพื้นที่ป่าไม้เพิ่มขึ้นมากที่สุดและรวดเร็วที่สุดในโลก ขณะเดียวกันจีนได้สร้างระบบการศึกษา ประกันสังคม และการดูแลสุขภาพขนาดใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมกับมีอายุขัยเฉลี่ยของประชากรสูงถึง 79.25 ปีในปี 2025
ทั้งนี้ จีนจัดเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับสูงแห่งหนึ่งที่มีตัวชี้วัดด้านสุขภาพอยู่ในระดับดีที่สุดด้วย
ก้องกังวานทั่วโลก
สีจิ้นผิงเคยระบุว่าประชาคมระหว่างประเทศเชื่อกันมากขึ้นว่าการเดินทัพทางไกลของจีนเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่หล่อหลอมประวัติศาสตร์โลกในศตวรรษที่ 20 และยกให้เป็นมหากาพย์แห่งอุดมการณ์ ความทุ่มเท พลังใจ และความกล้าหาญ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจที่ก้าวข้ามกาลเวลาและพรมแดน
การเดินทัพทางไกลของจีนได้รับความสนใจจากนักวิชาการในประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยพวกเขามองว่าความสำเร็จของจีนในการเดินทัพทางไกลครั้งใหม่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั้งในประเทศจีนและต่างประเทศ
วิสัยทัศน์ "ประชาคมมนุษยชาติที่มีอนาคตร่วมกัน" ที่สีจิ้นผิงนำเสนอในปี 2013 กอปรกับแผนริเริ่มระดับโลกต่างๆ ในด้านการพัฒนา ความมั่นคง อารยธรรม และธรรมาภิบาล ซึ่งสีจิ้นผิงนำเสนอในเวลาต่อมา ได้กำหนดข้อเสนอและแนวทางแก้ไขของจีนในการรับมือกับความท้าทายร่วมกันของโลก
ความพยายามของจีนในการผสมผสานการพัฒนาเข้ากับความมั่นคง การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดมากขึ้น และการสนับสนุนความเจริญมั่งคั่งร่วมกัน อาจมอบข้อมูลเชิงลึก แก่นานาประเทศที่เฝ้าดูประสบการณ์ของจีน เพื่อจัดการความท้าทายต่างๆ ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข ความไม่มั่นคงทางอาหารและพลังงาน และความเหลื่อมล้ำ
ห้วงยามที่หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล จีนได้บรรลุเป้าหมายแรกจาก "สองเป้าหมายแห่งศตวรรษ" เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังมุ่งมั่นสู่การบรรลุเป้าหมายที่สอง ซึ่งเกี่ยวพันกับวาระครบรอบ 100 ปี การก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในปี 2049
สีจิ้นผิงเคยกล่าวว่าวันนี้จีนได้เข้าใกล้ รวมถึงมีความเชื่อมั่นและความสามารถในการบรรลุเป้าหมายฟื้นฟูชนชาติจีนมากกว่าที่เคย โดยจีนจะมุ่งมั่นปกป้องคุ้มครองสันติภาพและการพัฒนาของโลก ควบคู่กับการมุ่งมั่นการพัฒนาของตนเองไปด้วย