
(แฟ้มภาพซินหัว : เจ้าหน้าที่ติดตามการเคลื่อนตัวของไต้ฝุ่นดอลฟินที่ศูนย์ควบคุมของสำนักงานกิจการทางทะเลในเมืองอวี้หวน มณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน วันที่ 9 ส.ค. 2026)
ปักกิ่ง, 23 ส.ค. (ซินหัว) -- สำนักบริหารอุตุนิยมวิทยาแห่งประเทศจีนเผยแผนสร้างระบบบริการด้านสภาพภูมิอากาศที่ทันสมัยภายในปี 2030 โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลอัจฉริยะ เพื่อยกระดับการดำเนินงานในสาขาสำคัญให้ได้มาตรฐานระดับโลก พร้อมตั้งเป้าสร้างความก้าวหน้าครั้งสำคัญในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (2026-2030) ทั้งด้านการพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยี การดำเนินงานในรูปแบบดิจิทัล การให้บริการตามสถานการณ์ และการพัฒนาแพลตฟอร์มแบบบูรณาการ เพื่อยกระดับศักยภาพบริการด้านสภาพภูมิอากาศ
สำนักบริหารฯ ระบุว่าจีนจะจัดตั้งเครือข่ายแบ่งปันข้อมูลระดับชาติและระดับมณฑล พร้อมสร้างกลไกการทำงานสอดประสานกันเพื่อให้ข้อมูลที่มีการอัปเดตสามารถเชื่อมโยงและเผยแพร่ทั่วทั้งระบบได้ทันที โดยหน่วยงานระดับชาติจะเป็นแกนนำด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี การสร้างแพลตฟอร์ม และการกำหนดมาตรฐาน ตลอดจนพัฒนาแบบจำลองระบบโลกและเครื่องมือพยากรณ์สภาพภูมิอากาศที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หน่วยงานบริการด้านสภาพอากาศระดับมณฑลจะมุ่งติดตามสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างละเอียด การประเมินผลกระทบ และการพยากรณ์อากาศและการประเมินความเสี่ยงตามแต่ละพื้นที่ รวมถึงปกป้องทรัพยากรด้านสภาพภูมิอากาศ ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ และพัฒนาผลิตภัณฑ์บริการให้ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละภูมิภาค
ขณะที่สำนักงานระดับอำเภอและระดับเมืองจะนำผลิตภัณฑ์บริการที่พัฒนาขึ้นในระดับชาติและระดับมณฑลมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับท้องถิ่น กำหนดขั้นตอนและมาตรฐานการดำเนินงานของตนเอง และให้บริการติดตามและพยากรณ์สภาพภูมิอากาศที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่
แผนดังกล่าวกำหนดภารกิจสำคัญ 19 ประการสำหรับช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยมุ่งเสริมศักยภาพบริการด้านสภาพภูมิอากาศใน 5 ด้าน ได้แก่ การติดตามและวิเคราะห์ระบบโลก การใช้เทคโนโลยีพยากรณ์สภาพภูมิอากาศและประเมินความเสี่ยงจากภัยพิบัติที่จีนพัฒนาขึ้นเอง การให้บริการเฉพาะภาคส่วน โครงสร้างพื้นฐานสนับสนุนขั้นพื้นฐาน และการปฏิรูปเชิงสถาบันเพื่อการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง
ปัจจุบันจีนใช้งานเทคโนโลยีขั้นสูงหลายรายการ อาทิ ฝูงโดรนสังเกตการณ์พายุไต้ฝุ่น และแบบจำลองเตือนภัยล่วงหน้าที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้เอื้อประโยชน์ต่อจีนและชุมชนทั่วโลกโดยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเตือนภัยล่วงหน้าและยกระดับความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติด้วย