
(แฟ้มภาพซินหัว : พนักงานทำงานในโรงงานผลิตระบบกักเก็บพลังงานที่ศูนย์พลังงานอัจฉริยะแห่งหนึ่งในเมืองหนานทง มณฑลเจียงซูทางตะวันออกของจีน วันที่ 24 ก.ค. 2026)
ปักกิ่ง, 21 ส.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพฤหัสบดี (20 ส.ค.) สหภาพแรงงานแห่งประเทศจีนเผยแพร่แผนการสำหรับช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (2026-2030) โดยระบุว่าจีนจะให้การสนับสนุนทางการเงินแก่แรงงานภาคอุตสาหกรรมในการศึกษาต่อและพัฒนาทักษะอย่างน้อย 3 ล้านคน ภายในปี 2030 พร้อมออกมาตรการปรับปรุงระบบเสริมสร้างทักษะแรงงาน ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพอย่างครอบคลุมรอบด้าน และกำหนดเป้าหมายการพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะความเชี่ยวชาญ
ภายในปี 2030 จีนตั้งเป้าบ่มเพาะช่างฝีมือระดับเมือง 25,000 คน ช่างฝีมือระดับมณฑล 5,000 คน และช่างฝีมือระดับชาติราว 1,000 คน พร้อมคาดว่าจำนวนศูนย์นวัตกรรมสำหรับแรงงานต้นแบบและช่างฝีมือระดับเชี่ยวชาญจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.6 แสนแห่ง
แผนริเริ่มดังกล่าวมีขึ้นขณะที่จีนเร่งยกระดับภาคอุตสาหกรรม โดยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฯ มุ่งให้ความสำคัญกับการสร้างระบบอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ขณะเดียวกัน จีนได้กำหนดยุทธศาสตร์คู่ขนานที่มุ่งเน้นการลงทุนทั้งสินทรัพย์ทางกายภาพและทุนมนุษย์เพื่อเดินหน้าการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยอุปสงค์และนวัตกรรม โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะวิชาชีพเพื่อช่วยเตรียมความพร้อมของกลุ่มแรงงาน
แผนการข้างต้นเรียกร้องให้ปรับปรุงระบบการฝึกอบรมทักษะวิชาชีพตลอดชีวิต และช่วยให้แรงงานปรับทักษะให้สอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป โดยจะดำเนินโครงการเรียนรู้และฝึกอบรม "เอไอ พลัส" (AI Plus) ควบคู่กับการพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ด้านทักษะระดับชาติสำหรับแรงงานภาคอุตสาหกรรม นอกจากนั้น จะยกระดับบริการฝึกอบรมสำหรับแรงงานข้ามถิ่น แรงงานในรูปแบบการจ้างงานใหม่ และแรงงานรุ่นใหม่ พร้อมพัฒนาระบบวิทยาลัยช่างฝีมือที่ผสมผสานการเรียนรู้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์
หวังเสี่ยวผิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และประกันสังคมของจีน กล่าวก่อนหน้านี้ว่าจีนจะเร่งพัฒนาการฝึกอบรมทักษะอาชีพขนาดใหญ่ในปี 2026 นี้ โดยจะเน้นการฝึกอบรมเฉพาะทางในหลายภาคส่วน เช่น เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ ยานยนต์พลังงานใหม่ ปัญญาประดิษฐ์ และบริการดูแลผู้สูงอายุ เพื่อให้การพัฒนาทักษะสอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและการจ้างงานมากยิ่งขึ้น