
(แฟ้มภาพซินหัว : โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตันดี.ซี. ของสหรัฐฯ วันที่ 1 พ.ค. 2026)
วอชิงตัน, 20 ส.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพุธ (19 ส.ค.) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศทำสงครามเศรษฐกิจและการโดดเดี่ยวในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนต่ออิหร่าน และกล่าวโทษอิหร่านที่ไม่ยอมบรรลุข้อตกลง พร้อมขู่ดำเนินมาตรการทางเศรษฐกิจขั้นรุนแรงต่อประเทศใดก็ตามที่ปล่อยให้สถาบันการเงิน ภาคธุรกิจ สนามบิน หรือหน่วยงานรัฐบาลของตนให้ความช่วยเหลือแก่อิหร่าน นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเรียกมาตรการดังกล่าวว่าเป็น "วันดีเดย์ทางเศรษฐกิจ" และเรียกร้องให้พันธมิตรยืนหยัดเคียงข้างสหรัฐฯ เพื่อแยกตัวและเอาชนะภัยคุกคามจากอิหร่าน
ขณะเดียวกัน ทรัมป์อ้างว่ากองทัพเรืออิหร่านล่มสลายแล้ว กองทัพอากาศถูกทำลาย โรงงานผลิตอาวุธของกองทัพเหลือเพียงซาก และสกุลเงินของอิหร่านไร้ค่า
ถ้อยแถลงของทรัมป์มีขึ้นหลังจากสก็อต เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันที่ 13 ส.ค. ว่าสหรัฐฯ จะใช้มาตรการเศรษฐกิจต่ออิหร่านในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยจะมุ่งเป้าไปที่บัญชีธนาคาร กระเป๋าเงินคริปโต และทรัพย์สินทั่วโลกของอิหร่าน พร้อมตัดช่องทางการชำระเงินทั้งที่ส่งไปยังผู้นำอิหร่านและตัวรัฐบาลเอง และการยกระดับมาตรการนี้มีขึ้นหลังประธานาธิบดีทรัมป์กลับมาใช้นโยบายกดดันขั้นสูงสุดเมื่อปี 2025 และยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นอีกหลังการเปิดปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านในเดือนกุมภาพันธ์
ทั้งนี้ สหรัฐฯ และอิหร่านยังคงมีความเห็นต่างกันในประเด็นช่องแคบฮอร์มุซและเงื่อนไขในการยุติความขัดแย้ง ขณะที่อนาคตของการเจรจาระหว่างสองฝ่ายยังไม่แน่นอน หลังกรอบเวลาเจรจา 60 วันที่กำหนดไว้ในบันทึกความเข้าใจสิ้นสุดลงเมื่อวันจันทร์ (17 ส.ค.) ที่ผ่านมา
