
(ภาพจากองค์การวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมแห่งเครือจักรภพ : ยุงลายบ้าน)
เยรูซาเล็ม, 26 ก.พ. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (24 ก.พ.) มหาวิทยาลัยฮีบรูแห่งเยรูซาเล็มรายงานผลการศึกษาของคณะนักวิจัยนานาชาติจากจีน อิสราเอล สหรัฐฯ และสวีเดน ซึ่งค้นพบว่า "โออาร์49" (OR49) ตัวรับกลิ่นสำคัญที่คงสภาพเดิมในระดับสูงของยุงได้ช่วยให้ยุงสามารถตรวจจับและหลีกเลี่ยงบอร์นีออล (borneol) หรือพิมเสน สารประกอบตามธรรมชาติที่อยู่ในน้ำมันต้นการบูรและมีคุณสมบัติไล่แมลง โดยการค้นพบนี้สร้างความหวังใหม่ในการควบคุมยุงอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น
ผลการศึกษาฉบับนี้ที่เผยแพร่ผ่านวารสารเนเจอร์ คอมมูนิเคชันส์ (Nature Communications) ระบุว่าการทำงานของตัวรับโออาร์49 จะส่งสัญญาณทางระบบประสาทที่ยับยั้งความสนใจของยุงต่อกลิ่นตัวของมนุษย์ ทำให้พวกมันบินหนีไปทางอื่น แต่หากปิดการทำงานของตัวรับนี้ด้วยกลไกทางพันธุกรรมแล้ว ยุงจะไม่หลีกเลี่ยงสารบอร์นีออลอีกต่อไป ซึ่งถือเป็นเครื่องยืนยันบทบาทสำคัญของตัวรับนี้ในกระบวนการออกฤทธิ์ไล่แมลง
ยุงหลายสายพันธุ์หลัก เช่น ยุงลายบ้านและยุงรำคาญ ที่เป็นพาหะนำโรคอย่างไข้เลือดออก ไวรัสซิกา และไวรัสเวสต์ไนล์ มีการทำงานของตัวรับโออาร์49 โดยผลทดสอบทางพฤติกรรมพบว่ายุงที่เจอสารบอร์นีออลจะใช้เวลาอยู่ใกล้ผิวหนังของมนุษย์น้อยกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งการเข้าใจกลไกการรับรู้สารไล่แมลงของยุงนั้นสำคัญมากขึ้นเพราะยุงมีความทนทานต่อสารเคมีไล่แมลงแบบดั้งเดิมเพิ่มขึ้น รวมถึงมีข้อวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพเพิ่มขึ้น
ด้วยเหตุนี้ การมุ่งเป้าศึกษาระบบประสาทสัมผัสของแมลงจึงอาจช่วยสนับสนุนการพัฒนาสารไล่แมลงในอนาคตให้มีความแม่นยำ การออกฤทธิ์นาน และความปลอดภัยต่องมนุษย์และระบบนิเวศเพิ่มขึ้น
นอกจากนั้นผลการศึกษาฉบับนี้ยังเพิ่มความเข้าใจทางประวัติศาสตร์ นั่นคือมีการค้าขายวัตถุดิบที่อุดมด้วยการบูรและบอร์นีออลจากเกาะบอร์เนียวเข้าสู่จีน รวมถึงตามแนวเส้นทางสายไหมทางทะเล เพื่อเป็นเครื่องหอม สินค้าที่มีสรรพคุณทางการแพทย์และมีคุณสมบัติไล่แมลง ซึ่งการค้นพบกลไกการทำงานของตัวรับโออาร์49 ช่วยอธิบายประสิทธิภาพของวัตถุดิบเหล่านี้ที่ยังคงมีการใช้งานมาจนถึงยุคปัจจุบัน