แคนเบอร์รา, 11 ส.ค. (ซินหัว) -- วันอังคาร (11 ส.ค.) มหาวิทยาลัยแอดิแลดของออสเตรเลียเปิดเผยผลการวิจัยใหม่ที่ดำเนินการร่วมกับมหาวิทยาลัยฮ่องกงของจีน ซึ่งระบุว่าคลื่นความร้อนในทะเลกำลังเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพของมนุษย์มากขึ้น ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่แนวปะการังที่กำลังจะตายหรือปริมาณสัตว์น้ำที่ลดลงเท่านั้น โดยคณะนักวิจัยเรียกร้องการรับรองให้คลื่นความร้อนในทะเลเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ พร้อมเตือนการมองข้ามผลกระทบจากคลื่นความร้อนในทะเลที่มีต่อมนุษย์ แม้มีหลักฐานเกี่ยวกับผลพวงที่แผ่ขยายวงกว้างเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ผลการศึกษาระบุว่าช่วงเวลาที่อุณหภูมิมหาสมุทรสูงผิดปกติยาวนานสามารถส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อสุขภาพของมนุษย์ ทั้งสภาพอากาศแปรปรวนรุนแรงยิ่งขึ้น ปริมาณอาหารทะเลลดลง และปัญหาสุขภาพจิตที่เพิ่มขึ้นในชุมชนริมชายฝั่งทะเล โดยคลื่นความร้อนในทะเลเกิดบ่อยขึ้น นานขึ้น และรุนแรงขึ้นตามสภาพภูมิอากาศที่อุ่น รวมถึงมีความเชื่อมโยงกับกรณีสิ่งมีชีวิตในทะเลตายเป็นจำนวนมาก ปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว การขยายตัวของสาหร่ายทะเลที่อันตราย และผลกระทบต่อการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
ทั้งนี้ ลอรา ฟาลเคนเบิร์ก จากมหาวิทยาลัยแอดิแลด กล่าวว่าผลกระทบของคลื่นความร้อนในทะเลต่อมนุษย์ได้รับความสนใจน้อยกว่าผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก
ผลการศึกษาระบุว่าอุณหภูมิมหาสมุทรที่สุดขั้วมีผลต่อระบบสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้น เพิ่มความเสี่ยงจากพายุและอุทกภัย ขณะการแพร่กระจายของสาหร่ายที่อันตรายอาจปนเปื้อนในอาหารทะเลและเป็นความเสี่ยงร้ายแรงต่อสุขภาพ ปริมาณปลาและการผลิตอาหารทะเลที่ลดลงอาจคุกคามความมั่นคงทางอาหารของประชากรหลายพันล้านคน
นอกจากนั้นคลื่นความร้อนในทะเลยังอาจส่งผลกระทบทางจิตวิทยา ทั้งความวิตกกังวล ความเศร้าโศกเสียใจ และปัญหาสุขภาพจิตอื่นๆ ในกลุ่มชุมชนริมชายฝั่งทะเล ซึ่งมีการดำเนินชีวิตและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมผูกพันใกล้ชิดกับท้องทะเล

(แฟ้มภาพซินหัว : ทิวทัศน์ริมทะเลบนเกาะลาดิกูของสาธารณรัฐเซเชลส์ วันที่ 26 มิ.ย. 2026)
