
ปักกิ่ง, 3 พ.ย. (ซินหัว) -- ไม่นานมานี้ สหพันธ์โลจิสติกส์และการจัดซื้อแห่งประเทศจีน เปิดเผยว่า อุปสงค์ในภาคโลจิสติกส์ของจีนยังคงเติบโตอย่างมั่นคงในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2026 โดยได้รับอานิสงส์จากการยกระดับภาคอุตสาหกรรม และความแข็งแกร่งของภาคการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง
สหพันธ์ฯ รายงานว่า ในช่วงเดือนมกราคมถึงกันยายน มูลค่ารวมของระบบโลจิสติกส์ระดับประเทศอยู่ที่ 280 ล้านล้านหยวน (ราว 1,460 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.9 เมื่อเทียบปีต่อปี โดยมูลค่าระบบโลจิสติกส์สินค้าอุตสาหกรรมปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.3 ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนการเติบโตถึงร้อยละ 78 ของมูลค่ารวม ทั้งนี้ ภาคการผลิตอุปกรณ์และภาคการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก โดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นแตะร้อยละ 37.6 และร้อยละ 18.3 ตามลำดับ
ปริมาณการขนส่งสินค้าโลจิสติกส์สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ อาทิ สายรัดข้อมืออัจฉริยะ (Smart wristband) อุปกรณ์การพิมพ์ 3 มิติ (3D printing) และเซนเซอร์ ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 77.1, ร้อยละ 62.5 และร้อยละ 16.4 เมื่อเทียบปีต่อปี สะท้อนให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างสู่อุปสงค์ด้านโลจิสติกส์อุตสาหกรรมยุคใหม่
ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2026 ต้นทุนรวมด้านโลจิสติกส์สังคมแตะที่ 14.8 ล้านล้านหยวน (ราว 77 ล้านล้านบาท) ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.2 เมื่อเทียบปีต่อปี โดยสัดส่วนของต้นทุนรวมด้านโลจิสติกส์ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) อยู่ที่ร้อยละ 13.8 ลดลง 0.2 จุด เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
หลิวอวี่หาง หัวหน้าวิศวกรของสหพันธ์ฯ กล่าวว่า ผลประโยชน์จากการลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ยังคงถูกส่งผ่านและปลดปล่อยเข้าสู่ภาคเศรษฐกิจจริงอย่างต่อเนื่อง
ในไตรมาสที่ 4 คาดว่า ช่วงพีคของธุรกิจอีคอมเมิร์ซและการเร่งผลิตในช่วงปลายปีจะส่งผลให้ความต้องการด้านโลจิสติกส์เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยการพัฒนาโลจิสติกส์ที่มีคุณภาพสูงจะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อการฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจจริงและช่วยให้จีนบรรลุเป้าหมายการพัฒนาตลอดทั้งปีได้สำเร็จ
(ที่มา: https://en.imsilkroad.com/p/352778.html)