
(แฟ้มภาพซินหัว : เวทีการประชุมนวัตกรรมสีเขียวหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางประจำปี 2026)
ฮ่องกง, 28 ต.ค. (ซินหัว) -- การประชุมนวัตกรรมสีเขียวหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางประจำปี 2026 จัดขึ้นที่เขตบริหารพิเศษฮ่องกงทางตอนใต้ของจีน เมื่อวันจันทร์ (26 ต.ค.) ที่ผ่านมา ภายใต้หัวข้อ “การผนึกกำลังกับประเทศโลกใต้เพื่อการเปลี่ยนผ่านสีเขียว เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนทั่วโลก” (Partnering with the Global South on Green Transition, Advancing Sustainable Development Worldwide) โดยมีผู้เข้าร่วมจากกว่า 20 ประเทศ รวมเกือบ 300 คน
หวงรุ่นชิว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมของจีน เปิดเผยในที่ประชุมว่า ภายในสิ้นปี 2025 ผู้ประกอบการของจีนได้ลงทุนอย่างน้อย 2.27 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7.67 ล้านล้านบาท) ในโครงการการผลิตสีเขียวในต่างประเทศ พร้อมเดินหน้าโครงการทูตเส้นทางสายไหมสีเขียว (Green Silk Road Envoys Program) และแผนริเริ่มความร่วมมือใต้-ใต้ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภายใต้กรอบหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road South-South Cooperation Initiative on Climate Change) อย่างแข็งขัน รวมถึงได้ลงนามในเอกสารความร่วมมือมากกว่า 80 ฉบับร่วมกับประเทศต่างๆ กว่า 50 ประเทศ
อู ซาน อู (U Hsan Oo) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของเมียนมา กล่าวว่ากลุ่มประเทศโลกใต้ (Global South) กำลังเผชิญกับความท้าทายที่ซับซ้อนทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น และเวทีต่างๆ เช่น การประชุมครั้งนี้ ได้มอบโอกาสอันมีค่าสำหรับการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุน ผู้ให้บริการเทคโนโลยี และผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งช่วยสะสมประสบการณ์เชิงปฏิบัติ ส่งเสริมการลงทุน และเสริมสร้างความร่วมมือทางเทคโนโลยี
อาซิซ อับดูคาคิมอฟ (Aziz Abdukhakimov) ที่ปรึกษาประธานาธิบดีด้านปัญหาสิ่งแวดล้อมของอุซเบกิสถาน และประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยระบบนิเวศและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของอุซเบกิสถาน กล่าวว่าแผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) ไม่เพียงเป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือทางการค้าและเครือข่ายเส้นทางขนส่ง แต่ยังเป็นแพลตฟอร์มยุทธศาสตร์ในการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีสีเขียว นวัตกรรม และการลงทุน พร้อมระบุว่า อุซเบกิสถานหวังนำประสบการณ์และเทคโนโลยีขั้นสูงของจีนมาปรับใช้ในการรับมือปัญหาการแปรสภาพเป็นทะเลทราย การสร้างแนวป่ากันลม ตลอดจนการยกระดับอุตสาหกรรมให้ทันสมัยโดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

เซลวิน ฮาร์ต (Selwin Hart)ที่ปรึกษาพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติว่าด้วยการดำเนินงานด้านภูมิอากาศและการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม (Climate Action and Just Transition) ระบุว่าทุกฝ่ายควรร่วมกันใช้ประโยชน์จากแผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ในการเชื่อมโยงเทคโนโลยีพลังงานสะอาด โครงสร้างพื้นฐาน และแหล่งเงินทุน เพื่อปลดล็อกศักยภาพการพัฒนาของกลุ่มประเทศโลกใต้ พร้อมเรียกร้องให้ร่วมมือกันผลักดันโครงการต่างๆ ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผน การจัดหาเงินทุน ไปจนถึงการลงมือปฏิบัติจริงในพื้นที่
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมได้เปิดเผยรายงานแนวโน้มการพัฒนาสีเขียวของกลุ่มประเทศโลกใต้ ซึ่งเสนอแนะให้ดำเนินมาตรการปรับตัวตั้งแต่เนิ่นๆ เนื่องจากกระบวนการวางแผนล่วงหน้าจะช่วยส่งมอบผลตอบแทนระยะยาวอย่างครอบคลุม ด้วยต้นทุนเริ่มต้นที่ต่ำกว่า
จ้าวอิงหมิน ประธานพันธมิตรร่วมมือเพื่อการพัฒนาสีเขียวนานาชาติภายใต้กรอบแผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative International Green Development Coalition) เปิดเผยว่า ปัจจุบันพันธมิตรฯ มีสมาชิกรวม 64 องค์กร และมีพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศมากกว่า 190 รายจากเกือบ 50 ประเทศ ซึ่งรวมถึงหน่วยงานกำกับดูแลด้านภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมจาก 26 ประเทศภาคี
นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้ง 3 แพลตฟอร์มหลัก ซึ่งครอบคลุมความร่วมมือด้านการลงทุนและการจัดหาเงินทุน เครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ และการให้บริการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data)
การประชุมดังกล่าว จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมของจีน และสำนักสิ่งแวดล้อมและนิเวศวิทยาแห่งเขตบริหารพิเศษฮ่องกง โดยมีพันธมิตรร่วมมือเพื่อการพัฒนาสีเขียวนานาชาติภายใต้กรอบหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ศูนย์ความร่วมมือทางสิ่งแวดล้อมกับต่างประเทศสังกัดกระทรวงนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อม และกรมคุ้มครองสิ่งแวดล้อมแห่งเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เป็นผู้ดำเนินการจัดงาน
(ที่มา: https://en.imsilkroad.com/p/352681.html)