
(แฟ้มภาพซินหัว : ช่างตัดเสื้อกำลังวัดความยาวแขนของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อตัดเย็บเสื้อผ้าตามสั่ง ในนครเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออกของจีน วันที่ 5 ก.ค. 2026)
หนานจิง, 14 ก.ย. (ซินหัว) -- ในการประชุมย่อยว่าด้วยความร่วมมือด้านการบริหารจัดการคนเข้าเมือง ระหว่างการประชุมเวทีความร่วมมือความมั่นคงสาธารณะระดับโลก ประจำปี 2026 (2026 Conference of the Global Public Security Cooperation Forum) ณ เมืองเหลียนอวิ๋นกั่ง ในมณฑลเจียงซูทางตะวันออกของจีนมีการเปิดเผยข้อมูลนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าสู่จีน ในช่วงเดือนมกราคมถึงสิงหาคม ปี 2026 ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง หลังจีนออกมาตรการอำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าประเทศเพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงการขยายขอบเขตนโยบายยกเว้นวีซ่า
ช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา มีชาวต่างชาติเดินทางผ่านด่านชายแดนเกือบ 61.29 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และในจำนวนนี้เป็นการเดินทางเข้าประเทศโดยไม่ต้องใช้วีซ่าจำนวน 23.72 ล้านครั้ง หรือคิดเป็นร้อยละ 77.6 ซึ่งเติบโตขึ้นร้อยละ 26.8 เมื่อเทียบปีต่อปี
นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2023 ที่จีนเริ่มดำเนินนโยบายทดลองยกเว้นวีซ่าฝ่ายเดียวให้แก่ผู้เดินทางจาก 6 ประเทศ โครงการดังกล่าว ได้รับการขยายครอบคลุมนักท่องเที่ยวจาก 50 ประเทศ โดยอนุญาตให้ผู้ได้รับสิทธิ์พำนักได้นานสูงสุด 30 วัน
เดือนธันวาคม 2024 ทางการจีนได้ขยายระยะเวลาการตรวจคนเข้าเมืองสำหรับการเดินทางผ่าน (Transit) โดยไม่ต้องใช้วีซ่าสำหรับบางประเทศ จากเดิม 72 หรือ 144 ชั่วโมง เพิ่มเป็น 240 ชั่วโมง และเมื่อเดือนที่ผ่านมา คีร์กีซสถานและเวียดนามได้เข้าร่วมโครงการนี้เพิ่มเติม ส่งผลให้จำนวนประเทศที่ได้รับสิทธิ์เพิ่มขึ้นเป็น 57 ประเทศ
นอกจากนี้ คอนเทนต์ออนไลน์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวในประเทศจีนภายใต้แฮชแท็กอย่าง "ท่องเที่ยวจีน" (China Travel) และ "การเป็นคนจีน" (Chinamaxxing) ยังได้รับความนิยมและแพร่กระจายอย่างแพร่หลาย ในขณะเดียวกัน การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ อาทิ โครงข่ายรถไฟความเร็วสูงระยะทาง 40,000 กิโลเมตร ระบบการชำระเงินดิจิทัล และบริการรองรับหลากหลายภาษา ก็มีส่วนช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่การเดินทางมากยิ่งขึ้น
นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มออกสำรวจจุดหมายปลายทางในเมืองขนาดเล็กและพื้นที่ตอนในของประเทศมากขึ้น โดยชวี่หน่าร์ (Qunar) แพลตฟอร์มการท่องเที่ยว รายงานว่า มีการจองตั๋วเครื่องบินขาเข้าของผู้ถือหนังสือเดินทางต่างชาติไปยังเมืองต่างๆ ในจีนมากถึง 160 เมือง ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ขณะที่ถูเจีย (Tujia) แพลตฟอร์มบริการที่พักแบบโฮมสเตย์ ระบุว่านักท่องเที่ยวต่างชาติได้เข้าพักในเมืองต่างๆ รวม 330 เมือง ครอบคลุม 31 เขตการปกครองระดับมณฑลในช่วงเวลาเดียวกัน
สำหรับพื้นที่ที่มีอัตราการเติบโตของการจองโฮมสเตย์จากนักท่องเที่ยวต่างชาติรวดเร็วที่สุด ได้แก่ กานซู่ ซินเจียง หนิงเซี่ย ชิงไห่ และชานซี
หูหยาง รองประธานอาวุโสของถูเจีย เปิดเผยว่า ระยะเวลาการเข้าพักโฮมสเตย์เฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 2.8 วัน ซึ่งสูงขึ้นราวร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการพักอาศัยที่ยาวนานขึ้นนี้ มีส่วนช่วยให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสและเรียนรู้วิถีชีวิตที่แท้จริงของจีนได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
เฉาอี้เสีย นักวิจัยจากสถาบันสังคมศาสตร์แห่งเซี่ยงไฮ้ กล่าวว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติยังหันมาใช้บริการในชีวิตประจำวันอย่างหลากหลายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำผม การดูแลสุขภาพช่องปาก ไปจนถึงแพทย์แผนจีนและการตัดเย็บเสื้อผ้าตามสั่ง สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนจากการท่องเที่ยวเชิงผลิตภัณฑ์ไปสู่การท่องเที่ยวเชิงบริการ
นอกจากนี้ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทางการจีนได้ออกมาตรการเพื่อยกระดับบริการด้านการท่องเที่ยว ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงระบบคืนภาษีและการพัฒนาแอปพลิเคชันบริการหลายภาษาให้ดียิ่งขึ้น
ในปี 2025 จีนบันทึกสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศมากกว่า 150 ล้านครั้ง ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 17 โดยมีการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงเกิน 1.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.3 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 40
ทั้งนี้ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แผนพัฒนาการท่องเที่ยวปี 2026-2030 ของจีน ได้ตั้งเป้าหมายต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้ 190 ล้านครั้งต่อปีภายในปี 2030 พร้อมคาดการณ์ยอดใช้จ่ายทะลุ 1.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5 ล้านล้านบาท)
ไต้ปิน ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการท่องเที่ยวแห่งประเทศจีน ระบุว่า เพียงแค่การอำนวยความสะดวกในการเข้าประเทศยังไม่เพียงพอ แต่นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องได้รับบริการที่ดีขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เดินทางท่องเที่ยวได้ไกลขึ้น พำนักอยู่นานขึ้น และได้รับประสบการณ์ที่ดีกลับไป
(ที่มา: https://en.imsilkroad.com/p/352163.html)