
(แฟ้มภาพซินหัว : คนพูดคุยที่การประชุมแลกเปลี่ยนกลไกความร่วมมือด้านห่วงโซ่อุปทานและการส่งเสริมการค้าอาเซียน-จีน (กว่างตง) ปี 2026 ในเมืองกว่างโจว มณฑลกว่างตงทางตอนใต้ของจีน วันที่ 16 ก.ค. 2026)
กว่างโจว, 18 ก.ค. (ซินหัว) -- การประชุมแลกเปลี่ยนความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าไทย-จีน (กว่างตง) ปี 2026 ในเมืองกว่างโจว มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีนเมื่อวันพฤหัสบดี (16 ก.ค.) มีเหล่านักธุรกิจจากกว่างตงและไทยร่วมสำรวจวิถีทางขยับขยายความร่วมมือด้านต่างๆ ที่สำคัญ เช่น การค้าทางดิจิทัล การดูแลสุขภาพ นิคมอุตสาหกรรม และการบริการทางการเงิน รวมถึงลงนามโครงการต่างๆ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือกว่างตง-ไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
เฉินเสี่ยวเฟิง ประธานสภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศมณฑลกว่างตง (หอการค้าระหว่างประเทศกว่างตง) กล่าวว่าความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างกว่างตงกับไทยมีรากฐานมั่นคง ศักยภาพมหาศาล และโอกาสมากมาย พร้อมหวังว่าบริษัทผู้ประกอบการของกว่างตงจะได้มีส่วนร่วมก่อสร้างโครงการสำคัญในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของไทย รวมถึงแผนพัฒนาของไทยในด้านการผลิตขั้นสูง เศรษฐกิจดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐาน
วีระ วาณิชยพิทักษ์ นายกสมาคมวิเทศพาณิชย์ไทย-จีน แสดงความหวังจะประยุกต์ใช้ขีดความสามารถด้านห่วงโซ่อุปทานดิจิทัลของกว่างตงเป็นพลังขับเคลื่อนผู้ประกอบธุรกิจการค้าระหว่างประเทศขนาดกลางและขนาดย่อมนับล้านรายของไทยให้ก้าวหน้า รวมถึงส่งเสริมการจัดตั้งศูนย์เสริมศักยภาพการค้าปัญญาประดิษฐ์จีน-ไทยในไทย ธุรกิจต่างๆ รู้จักใช้เครื่องมือทางเทคโนโลยีมากขึ้น และสร้างแหล่งบุคลากรที่สามารถสื่อสารได้สองภาษา
อนึ่ง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับสภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศมณฑลกว่างตงเมื่อวันพฤหัสบดี (16 ก.ค.) โดยวีรชัย มั่นสินธร รองประธานสภาฯ หวังว่าความร่วมมือระหว่างสองฝ่ายจะพัฒนาจากระดับโครงการสู่ระดับองค์กรในระยะยาว พร้อมจะทำงานร่วมกับกว่างตงเพื่อสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางอุตสาหกรรมที่เปิดกว้าง มีประสิทธิภาพ และยั่งยืนยิ่งขึ้น ตลอดจนร่วมกันบุกเบิกตลาดในภูมิภาคหรือแม้กระทั่งระดับโลก
วีรชัยเสริมว่าเป้าหมายถัดไปคือการส่งเสริม 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ สนับสนุนการเชื่อมโยงตลาดด้วยการเยี่ยมเยือนและแลกเปลี่ยนทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการ ส่งเสริมการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานเพื่อช่วยผู้ประกอบการไทยบูรณาการเข้ากับห่วงโซ่อุตสาหกรรมของกว่างตงมากขึ้น และเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนทางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเพื่อความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ การผลิตขั้นสูง และเศรษฐกิจดิจิทัล