
(แฟ้มภาพซินหัว : พระภิกษุสอนบทเรียนวิชาการฝึกทำสมาธิที่โรงเรียนวัดในภูมิภาคย่างกุ้งของเมียนมา วันที่ 11 ธ.ค. 2025)

(แฟ้มภาพซินหัว : นักเรียนฝึกทำสมาธิที่โรงเรียนวัดในภูมิภาคย่างกุ้งของเมียนมา วันที่ 11 ธ.ค. 2025)

(แฟ้มภาพซินหัว : นักเรียนฝึกทำสมาธิที่โรงเรียนวัดในภูมิภาคย่างกุ้งของเมียนมา วันที่ 11 ธ.ค. 2025)
ย่างกุ้ง, 22 ธ.ค. (ซินหัว) -- แสงแดดยามเช้าสาดส่องระเบียงทางเดินอันเงียบสงบของโรงเรียนวัดที่ตำบลดาลาในภูมิภาคย่างกุ้งของเมียนมา "ไวยันตุน" วัย 14 ปี นั่งขัดสมาธิพร้อมหลับตาลงอย่างผ่อนคลาย ตั้งจิตจดจ่ออยู่กับลมหายใจของตนเอง ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งความสงบนิ่งที่เขาคุ้นเคยไม่ต่างจากการเปิดตำราเรียน และเป็นกิจวัตรประจำวันที่หยั่งรากลึกอยู่ในระบบการศึกษาของเมียนมามาเนิ่นนาน โดยการฝึกทำสมาธิในเมียนมาไม่ใช่กิจกรรมชั่วครั้งชั่วคราว แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตในโรงเรียนขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะโรงเรียนวัดและโรงเรียนรัฐ
เด็กนักเรียนชาวเมียนมามักได้รับการปลูกฝังให้เริ่มฝึกทำสมาธิตั้งแต่เยาว์วัยและฝึกอย่างต่อเนื่องตลอดวัยเรียน เพื่อเรียนรู้การทำจิตใจให้สงบก่อนเริ่มเข้าสู่บทเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ภาษา และวิทยาศาสตร์ เช่นเดียวกับไวยันตุนที่ตอนนี้อยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และฝึกสมาธิมาตั้งแต่อนุบาล เผยว่าการฝึกทำสมาธิส่งผลดีต่อผลการเรียนและอารมณ์ความรู้สึกในชีวิต ทำให้รู้สึกสงบผ่อนคลายและมีสติจดจ่อมากขึ้น ซึ่งช่วยให้การเรียนรู้ง่ายมากขึ้น แต่ยอมรับว่าการควบคุมความคิดไม่ให้ฟุ้งซ่านเป็นเรื่องท้าทาย จึงชอบฝึกสมาธิตามศาลาที่เงียบสงบ
ไวไวพโย วัย 15 ปี เป็นนักเรียนอีกคนที่ยอมรับว่าการฝึกทำสมาธิไม่ใช่เรื่องง่ายในตอนแรก จำได้ว่าเริ่มต้นฝึกตอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และต้องต่อสู้กับความไม่สบายกายจากอาการปวดเมื่อยและตึงขา แต่หลังจากฝึกทำสมาธินานราวครึ่งชั่วโมงทุกวันที่โรงเรียนมานานหลายปี เธอสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลง ช่วยให้เธอเข้าใจและแก้ไขโจทย์วิชาคณิตศาสตร์ได้ โดยประสบการณ์ลักษณะนี้ยังเกิดขึ้นที่ตำบลโบกาเลของภูมิภาคอิระวดี ก่องจ่อลัตต์ วัย 14 ปี ที่เริ่มฝึกทำสมาธิตั้งแต่อายุยังน้อย กล่าวว่าสมาธิทำให้จิตใจสงบ ไม่โกรธง่าย ฟังครูสอนได้ดีขึ้น
อย่างไรก็ดี ก่องจ่อลัตต์ยอมรับว่าความพยายามฝึกทำสมาธิในตอนแรกมักถูกรบกวนด้วยความคิดฟุ้งซ่านไม่ต่างจากเด็กคนอื่นๆ แต่ตอนนี้เขารู้วิธีดึงสติกลับมาด้วยการกำหนดลมหายใจแล้ว
ผู้ชี้แนะการฝึกทำสมาธิแก่เยาวชนท้องถิ่นคือพระอาจารย์อูญานิกา ผู้ดูแลโรงเรียนพระปริยัติธรรมสามัญ (ระดับมัธยมศึกษา) อาเล็กยอง (Ahlekyaung) ในตำบลดาลา ซึ่งเชื่อว่าการฝึกทำสมาธิจำเป็นสำหรับเด็กนักเรียนราว 1,000 คน ที่มาจากระดับอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 2 และมีภูมิหลังยากลำบาก พร้อมอธิบายว่าการฝึกระเบียบวินัยทำได้ 2 ทาง ได้แก่ ปรับพฤติกรรมผ่านการอบรมสั่งสอน และขัดเกลาจิตใจผ่านการฝึกทำสมาธิ โดยนักเรียนจะเริ่มต้นจากฝึกเทคนิคกำหนดลมหายใจขั้นพื้นฐานด้วยการจดจ่อจิตใจที่ปลายจมูก
กลุ่มเด็กเล็กจะใช้เวลาฝึกทำสมาธิราว 5-10 นาที ส่วนเด็กโตกว่าจะเพิ่มเวลาเป็น 30 นาที โดยพระอาจารย์อูญานิกามองว่าการฝึกทำสมาธิมีความสำคัญยิ่งกว่าเดิมในโลกทุกวันนี้ที่ถูกครอบงำด้วยหน้าจอมากขึ้น เพราะการฝึกทำสมาธิช่วยลดการเสพติดหน้าจอและอิทธิพลเชิงลบที่ตามมา ซึ่งบรรดาคุณครูจำนวนไม่น้อยสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวนักเรียน เช่น อูเฮนยาซาร์ ครูประถมวัย 23 ปี เริ่มต้นการเรียนการสอนด้วยการฝึกทำสมาธิเป็นเวลาสั้นๆ ก่อนเข้าสู่บทเรียน การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอช่วยให้จิตใจของเด็กๆ สงบและสมองปลอดโปร่งขึ้น
การฝึกทำสมาธิในเมียนมาไม่ได้จำกัดอยู่ที่เพียงสถานศึกษาเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงเด็กๆ จากสถานพินิจด้วย โดยโก มโย มินต์ อู อาสาสมัครวัย 42 ปี ณ ศูนย์วิปัสสนากรรมฐานธรรมโชติ ได้จัดหลักสูตรฝึกทำสมาธิสำหรับเด็กมานานมากกว่าสิบปี ซึ่งหลักสูตรดังกล่าวแบ่งตามช่วงอายุ 8-12 ปี และ 13-16 ปี แต่ละครั้งรับรองเด็กราว 150 คน โดยการฝึกทำสมาธิอย่างเรียบง่ายทว่าลึกซึ้งช่วยให้เด็กควบคุมและฝึกฝนจิตใจเพื่อเป็นนายแห่งจิตใจของตนเอง
อนึ่ง องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้กำหนดให้วันที่ 21 ธ.ค. ของทุกปีเป็น "วันสมาธิโลก" เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการทำสมาธิและคุณประโยชน์ของการทำสมาธิ พร้อมสำทับถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนในการมีสุขภาวะทางกายและจิตใจที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะพึงมีได้