
(แฟ้มภาพซินหัว : หวังเปิ่นล่า ผู้จัดการฝ่ายเทคนิคของบริษัทลี่เหอ เทคโนโลยี (หูหนาน) จำกัด แนะนำอุปกรณ์เก็บตัวอย่างของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศบนดาดฟ้าของอาคารแห่งหนึ่งที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพฯ วันที่ 24 มี.ค. 2026)
กรุงเทพฯ, 6 มิ.ย. (ซินหัว) -- บนดาดฟ้าของอาคารแห่งหนึ่งที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีเครื่องมือตรวจวัดคุณภาพอากาศจำนวน 7 เครื่องทำหน้าที่เก็บตัวอย่างอากาศและส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ไปยังแพลตฟอร์มวิเคราะห์อัจฉริยะตลอด 24 ชั่วโมง โดยเครื่องมือเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศที่มีชื่อว่า "ซูเปอร์ สเตชัน" (Super Station) ซึ่งเปิดใช้งานเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และนับเป็นหนึ่งในความคืบหน้าสำคัญของโครงการความร่วมมือจีน-ไทยที่มุ่งปรับปรุงคุณภาพอากาศในกรุงเทพฯ
อนึ่ง มลพิษทางอากาศกลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมเรื้อรังของกรุงเทพฯ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยมีสาเหตุจากการปล่อยมลพิษของยานพาหนะ ภาคอุตสาหกรรม และการเผาชีวมวลจากพื้นที่โดยรอบ ซึ่งล้วนส่งผลให้ปัญหามลพิษทางอากาศมีความซับซ้อนมากขึ้น และทำให้คุณภาพอากาศย่ำแย่ในบางช่วงฤดูกาล
รศ.ดร.สุรัตน์ บัวเลิศ จากคณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และหัวหน้าโครงการฝ่ายไทยประจำสถานีฯ กล่าวว่ามลพิษทางอากาศของกรุงเทพฯ เปรียบเสมือนค็อกเทล ประกอบด้วยแหล่งกำเนิดมลพิษหลายประเภท โดยการระบุแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศเป็นความท้าทายสำคัญสำหรับผู้กำหนดนโยบายมาเนิ่นนาน ซึ่งในอดีตการวิเคราะห์แหล่งกำเนิดของฝุ่นพิษพีเอ็ม2.5 (PM2.5) อาจใช้เวลานานถึง 6 เดือน แต่ด้วยเทคโนโลยีการตรวจสอบแบบเรียลไทม์ของสถานีแห่งนี้ ทำให้สามารถทราบผลลัพธ์ได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามมลพิษและสัดส่วนแหล่งกำเนิดมลพิษได้อย่างมาก
หวังเปิ่นล่า ผู้จัดการฝ่ายเทคนิคของบริษัทลี่เหอ เทคโนโลยี (หูหนาน) จำกัด ซึ่งเป็นผู้จัดหาสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแห่งนี้ กล่าวว่าสถานีดังกล่าวเป็นเทคโนโลยีที่บริษัทพัฒนาขึ้นเอง สามารถวิเคราะห์องค์ประกอบของอนุภาคฝุ่นละอองได้แบบเรียลไทม์ มาพร้อมเทคโนโลยีไลดาร์ (LiDAR) ที่ช่วยตรวจสอบการกระจายตัวของมลพิษในเชิงพื้นที่ ทำให้นักวิจัยสามารถระบุแหล่งกำเนิดมลพิษ รวมถึงประเมินสัดส่วนการปล่อยมลพิษจากแต่ละแหล่งได้อย่างแม่นยำ
สุรัตน์ระบุว่าสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศรวบรวมข้อมูลไปแล้วเกือบสองเดือน ซึ่งในอนาคตจะเชื่อมโยงเข้ากับเครือข่ายตรวจวัดคุณภาพอากาศเดิมของกรุงเทพฯ เพื่อช่วยให้การบริหารจัดการคุณภาพอากาศมีความแม่นยำและทันท่วงทีมากขึ้น พร้อมทั้งสนับสนุนข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์สำหรับการกำหนดนโยบาย
ทั้งนี้ เมื่อเดือนมิถุนายน 2025 สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมของจีน กรุงเทพมหานคร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และบริษัทลี่เหอ เทคโนโลยี (หูหนาน) ได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือเพื่อเสริมแกร่งศักยภาพการเฝ้าติดตามคุณภาพอากาศและการจัดการมลพิษของกรุงเทพฯ
สุรัตน์ระบุว่านอกจากกรุงเทพฯ แล้ว ยังมีภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เผชิญปัญหามลพิษทางอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งไทยกำลังเดินหน้าพัฒนาระบบบริหารจัดการมลพิษทางอากาศให้มีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ประสบการณ์ของจีนด้านการตรวจวัดคุณภาพอากาศ การวิเคราะห์ข้อมูล และเทคโนโลยีควบคุมมลพิษนั้นนับเป็นบทเรียนอันมีค่าสำหรับไทย พร้อมสำทับว่าความร่วมมือระหว่างไทยและจีนสามารถต่อยอดไปได้ไกลกว่าการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยอาจครอบคลุมถึงด้านการบริหารจัดการน้ำและการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนด้วย