
เฉิงตู, 27 ก.ย. (ซินหัว) -- สํานักบริหารป่าไม้และทุ่งหญ้าแห่งชาติจีนรายงานว่าการจัดส่งแพนด้ายักษ์คู่หนึ่งของฐานวิจัยการเพาะพันธุ์แพนด้ายักษ์เฉิงตูในมณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน แบ่งเป็น "ผิงผิง" เพศผู้ และ "ฝูซวง" เพศเมีย ด้วยเที่ยวบินเช่าเหมาลำจากท่าอากาศยานนานาชาติเฉิงตู ซวงหลิว ไปยังสวนสัตว์แอตแลนตาของสหรัฐฯ ตอน 02.55 น. ของวันอาทิตย์ (27 ก.ย.) ตามเวลาปักกิ่ง ภายใต้ข้อตกลงยืมตัวระยะ 10 ปี
รายงานระบุว่าแพนด้ายักษ์ผิงผิง (เกิดวันที่ 17 มี.ค. 2020) และฝูซวง (เกิดวันที่ 18 ต.ค. 2020) ได้ผ่านการฝึกปรับตัวให้ชินกับสภาพแวดล้อมการขนส่งเพื่อลดความวิตกกังวลและความเครียดระหว่างเดินทาง และทีมงานของจีนจัดทำแผนการขนส่งอย่างละเอียด พร้อมเตรียมอาหารอย่างหน่อไม้สด ไผ่ แอปเปิล และยาฉุกเฉิน เพื่อรับรองความปลอดภัยและความสะดวกสบายของแพนด้ายักษ์ทั้งสองตัวระหว่างเดินทางข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก
ด้านทีมสัตวแพทย์อาวุโสและเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ฯ จากสหรัฐฯ ได้เดินทางพร้อมกับแพนด้ายักษ์ทั้งสองตัว เพื่อเฝ้าติดตามสุขภาพแบบเรียลไทม์ รวมถึงดูแลอาหารและความต้องการอื่นๆ ระหว่างการเดินทางไกล โดยอุณหภูมิและความชื้นภายในห้องโดยสารบนเครื่องบินจะถูกควบคุมให้อยู่ในระดับเหมาะสมกับแพนด้ายักษ์ ขณะเดียวกันฝ่ายจีนจัดทีมสัตวแพทย์และผู้ดูแล 2 ทีม ไปยังสวนสัตว์ฯ ล่วงหน้าเพื่อเตรียมความพร้อมอันจำเป็น
ผิงผิงและฝูซวงจะเข้าสู่กระบวนการกักกันเพื่อป้องกันโรคและตรวจสุขภาพร่างกายทันทีที่เดินทางถึงเมืองแอตแลนตาของสหรัฐฯ โดยทีมสัตวแพทย์และผู้ดูแลจากจีนจะประจำอยู่ที่สวนสัตว์ฯ ตลอดช่วงกักกัน เพื่อช่วยดูแลแพนด้ายักษ์ทั้งสองตัวให้สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ผ่านกระบวนการสร้างความคุ้นเคยและการฝึกปรับพฤติกรรม
ทีมผู้เชี่ยวชาญของจีนเผยว่าสวนสัตว์ฯ ได้ปรับปรุงสถานที่อยู่อาศัยของแพนด้ายักษ์ทั้งสองตัวตามข้อเสนอแนะ มีการขยายพื้นที่จัดแสดงในร่ม ติดตั้งอุปกรณ์อย่างโครงสร้างสำหรับปีนป่าย แท่นหิน สระน้ำ และระบบเฝ้าติดตามที่แจ้งข้อมูลสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกสถานที่อยู่อาศัยของแพนด้ายักษ์แบบเรียลไทม์ พร้อมจัดเตรียมแหล่งไผ่สดหลายสายพันธุ์ในท้องถิ่นที่เพียงพอตลอดปี เนื่องจากเมืองแอตแลนตามีสภาพอากาศใกล้เคียงกับเมืองเฉิงตู
ทั้งนี้ จีนและสวนสัตว์แอตแลนตาดำเนินการวิจัยร่วมด้านการอนุรักษ์แพนด้ายักษ์มานานกว่าสองทศวรรษและสร้างความก้าวหน้ามากมาย ทั้งสองฝ่ายดำเนินโครงการวิจัยร่วมมากกว่า 30 โครงการ และเผยแพร่บทความวิชาการกว่า 50 ฉบับ สร้างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในด้านการเพาะพันธุ์และเลี้ยงดูลูกแพนด้ายักษ์ การศึกษาพฤติกรรม การป้องกันและควบคุมโรค ทั้งยังสามารถเพาะพันธุ์แพนด้ายักษ์ 7 ตัวด้วย