
(แฟ้มภาพซินหัว : หลิวเซิ่งฮ่าว นักวิจัยจากสถาบันสมุทรศาสตร์แห่งที่ 1 สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติของจีน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัว ณ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน ในจังหวัดภูเก็ต วันที่ 22 ก.ย. 2026)
กรุงเทพฯ, 27 ก.ย. (ซินหัว) -- เมื่อไม่นานนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติของจีน ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมความร่วมมือทางทะเลจีน-กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 9 ในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 22-25 ก.ย. โดยทั้งสองฝ่ายได้จัดกิจกรรมติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณดาวเทียมและปล่อยเต่าตนุคืนสู่ท้องทะเลที่เกาะภูเก็ต 3 ตัว เมื่อวันอังคาร (22 ก.ย.) เพื่อเป็นหนึ่งในกิจกรรมโหมโรงก่อนเปิดการประชุม
การประชุมดังกล่าวมีสถาบันสมุทรศาสตร์แห่งที่ 1 สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติของจีน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทย และห้องปฏิบัติการร่วมไทย-จีน ด้านสภาพภูมิอากาศและระบบนิเวศทางทะเล ร่วมกันเป็นผู้จัดการประชุม โดยมีผู้เชี่ยวชาญและผู้แทนกว่า 200 คน จากหน่วยงานบริหารด้านทะเล สถาบันวิจัย และมหาวิทยาลัยกว่า 40 แห่งจากจีนและ 7 กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าร่วมหารือแนวทางความร่วมมือและการพัฒนาทางทะเลในภูมิภาค หลิวเซิ่งฮ่าว นักวิจัยจากสถาบันสมุทรศาสตร์แห่งที่ 1 กล่าวว่าเครื่องส่งสัญญาณดังกล่าวจะส่งสัญญาณวิทยุไปยังดาวเทียม เพื่อช่วยนักวิจัยติดตามเส้นทางการเคลื่อนที่ของเต่าทะเลแบบเรียลไทม์ สามารถระบุแหล่งที่อยู่อาศัยที่สำคัญ เส้นทางการอพยพ ตลอดจนพื้นที่ที่ยังขาดการอนุรักษ์ โดยระยะต่อไปจะมีการพัฒนาแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือสำหรับติดตามเต่าทะเลแบบเรียลไทม์ เพื่อคนไทยสามารถสังเกตการเคลื่อนไหวของเต่าตนุผ่านโทรศัพท์มือถือได้
เฉียวฟางลี่ นักวิจัยจากสถาบันสมุทรศาสตร์แห่งที่ 1 กล่าวว่าความร่วมมือทางทะเลระหว่างจีนกับกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าการพัฒนาทางเทคโนโลยีมีความเชื่อมโยงใกล้ชิดกับความเป็นอยู่ของประชาชน โดยความร่วมมือด้านการพยากรณ์ทางทะเลระหว่างสถาบันสมุทรศาสตร์แห่งที่ 1 ของจีนกับฝ่ายไทยเริ่มต้นปี 2008 หลังจากฝ่ายไทยเสนอบนเวทีวิชาการนานาชาติให้ร่วมมือกับจีนเพื่อจัดตั้งระบบพยากรณ์ทางทะเล
การสนับสนุนจากรัฐบาลสองประเทศนำสู่การเปิดใช้งานระบบดังกล่าวในไทยเมื่อปี 2015 ต่อจากนั้นเดือนกันยายน 2019 แอปพลิเคชันระบบพยากรณ์สภาพแวดล้อมทางทะเลของไทย ซึ่งพัฒนาร่วมกันโดยสถาบันสมุทรศาสตร์แห่งที่ 1 และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ และนับเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลพยากรณ์สภาพแวดล้อมทางทะเลได้โดยตรงผ่านโทรศัพท์มือถือ
เฉียวกล่าวถึงเหตุการณ์เรือท่องเที่ยวฟีนิกซ์ พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือรวม 101 รายที่ล่มและอับปางลงใกล้เกาะภูเก็ตเนื่องจากเผชิญพายุและคลื่นยักษ์อย่างรุนแรงในเดือนกรกฎาคม 2018 ว่า หลังเกิดเหตุฝ่ายไทยได้ประสานงานกับฝ่ายจีนอย่างเร่งด่วนเพื่อใช้ระบบพยากรณ์ช่วยกำหนดขอบเขตการค้นหาและกู้ภัย ฝ่ายจีนจึงคำนวณพื้นที่ค้นหาและกู้ภัยโดยอิงจากทิศทางของกระแสน้ำในมหาสมุทร จนคำนวณพื้นที่ค้นหาออกมาเป็น "รูปพัด" โดยมีเรือที่อับปางเป็นศูนย์กลาง ซึ่งช่วยบีบวงค้นหาให้แคบลงเหลือเพียง 1 ใน 10 ของพื้นที่เดิม ส่งผลให้สามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมดขึ้นมาจากบริเวณพื้นที่ดังกล่าวได้สำเร็จ ส่วนการประชุมครั้งนี้ เฉียวได้ชูผลงานวิจัยล่าสุดด้านการพยากรณ์ไต้ฝุ่น โดยย้ำว่าการวิจัยพื้นฐานเกี่ยวกับคลื่นในมหาสมุทรได้ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการเตือนภัยความรุนแรงของพายุไต้ฝุ่น ซึ่งก่อนหน้านี้ถือเป็นโจทย์ท้าทายทางวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติ
นอกจากนั้นโครงการจัดทำผังพื้นที่ทางทะเลที่นำโดยจางจื้อเว่ย นักวิชาการอาวุโสจากสถาบันสมุทรศาสตร์แห่งที่ 1 ถือเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือที่ตอบโจทย์ความต้องการของไทยเช่นเดียวกับโครงการติดตามเต่าทะเลด้วยดาวเทียม โดยกิจกรรมดำน้ำตื้นเชิงพาณิชย์และการทำประมงที่เกาะล้านต่างเติบโตขึ้นพร้อมกันจนนำสู่อุบัติเหตุเรือชนนักดำน้ำเสียชีวิตบ่อยครั้ง หรืออ่าวพังงามักเกิดปัญหาเส้นทางขนส่งทางทะเลทับซ้อนกับการทำประมง รวมถึงความขัดแย้งระหว่างการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งกับการอนุรักษ์ป่าชายเลน ทีมงานของจางจึงได้นำแนวคิดการจัดทำผังพื้นที่ทางทะเล เทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูล และเครื่องมือประเมินแนวโน้มในอนาคตของจีนมาใช้จัดทำแผนบริหารจัดการพื้นที่ทางทะเลที่เหมาะสมให้กับทั้งสองพื้นที่
ดร. ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวถึงความพยายามแปรเปลี่ยนผลวิจัยทางทะเลสู่การลงมือปฏิบัติจริง รวมถึงการหารือแนวทางบ่มเพาะนักวิจัยรุ่นใหม่ พร้อมแสดงความหวังว่าผลงานวิจัยเหล่านี้จะได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง
