
(แฟ้มภาพซินหัว : อาคารรัฐสภาสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ วันที่ 28 ส.ค. 2026)
วอชิงตัน, 16 ก.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (15 ก.ย.) เดอะวอชิงตันโพสต์รายงานว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนําของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมจำหน่ายอาวุธยุทโธปกรณ์แก่อิสราเอลครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระเบิดขนาด 2,000 ปอนด์ (ราว 907 กิโลกรัม) จำนวน 40,000 ลูก แบ่งเป็นระเบิดเอ็มเค-84 (MK-84) สองหมื่นลูก และระเบิดบีแอลยู-117 (BLU-117) สองหมื่นลูก รวมถึงหัวรบเจาะเกราะเพเนเทรเตอร์ รุ่นไอ-2000 (I-2000 Penetrator) อีก 20,000 ลูก รวมมูลค่า 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.31 หมื่นล้านบาท)
ระเบิดเอ็มเค-84 จัดเป็นหนึ่งในอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงสุดในหมู่คลังแสงของกองทัพชาติตะวันตก สามารถกระจายเศษซากโลหะเป็นระยะทางไกลหลายพันฟุตในทุกทิศทาง เจาะทะลุโลหะและคอนกรีตหนา และมักทิ้งหลุมขนาดใหญ่ไว้บนพื้นดิน โดยอิสราเอลเคยใช้ระเบิดขนาด 2,000 ปอนด์ในกาซาและเลบานอนแล้วหลายร้อยครั้ง ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อจำนวนผู้เสียชีวิตจากความขัดแย้งเหล่านั้น ทำให้อิสราเอลถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากการใช้ระเบิดเอ็มเค-84 บ่อยครั้งในเขตที่ถูกกำหนดเป็นที่ปลอดภัยของพลเรือนในกาซา
รายงานระบุว่าแม้ธุรกรรมดังกล่าวจะถูกเรียกว่าเป็นการจำหน่าย แต่เงินทุนสำหรับการจัดซื้อมาจากกลไกที่เรียกว่า "การจัดหาเงินทุนทางทหารจากต่างประเทศ" ซึ่งสหรัฐฯ เป็นผู้จัดสรรเงินทุนให้อิสราเอลใช้ซื้ออาวุธ โดยมีการแจ้งธุรกรรมดังกล่าวต่อคณะกรรมาธิการสภาคองเกรสอย่างไม่เป็นทางการแล้ว และทำเนียบขาวกำลังกดดันเหล่าผู้นำคณะกรรมาธิการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของวุฒิสภา และคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎรให้เห็นชอบการจำหน่ายดังกล่าว