
(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้คนเข้าร่วมการชุมนุมเพื่อเฉลิมฉลองวันกุดส์สากลในกรุงเตหะรานของอิหร่าน วันที่ 13 มี.ค. 2026)
เตหะราน, 21 มี.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันศุกร์ (20 มี.ค.) สื่อท้องถิ่นของอิหร่านรายงานว่ามัสอูด เปเซชกียาน ประธานาธิบดีอิหร่าน กล่าวในข้อความแสดงความยินดีเนื่องในเทศกาลอีดิลฟิตรี ซึ่งถือเป็นวันสิ้นสุดเดือนรอมฎอนอันศักดิ์สิทธิ์ และเพื่อต้อนรับวันโนรูซ หรือวันเริ่มต้นปีใหม่ของอิหร่าน ซึ่งตรงกับวันเสาร์ (21 มี.ค.) ว่าอิหร่านไม่ได้ต้องการทำสงครามกับกลุ่มประเทศมุสลิม
เปเซชกียานแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดล่าสุดระหว่างอิหร่านกับประเทศอาหรับบางประเทศ ภายหลังการโจมตีร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอลว่าอิหร่านไม่มีความตั้งใจจะมีความขัดแย้งกับประเทศมุสลิม และไม่ต้องการความขัดแย้งหรือสงครามกับรัฐอิสลาม พวกเขาคือพี่น้องของเรา พร้อมชี้ว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลเป็นต้นตอของความตึงเครียดที่เกิดขึ้นระหว่างอิหร่านกับประเทศมุสลิมในภูมิภาคตะวันออกกลาง
เปเซชกียานระบุว่าอิหร่านพร้อมจะแก้ไขปัญหาทั้งหมดกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเสนอให้จัดตั้งโครงสร้างความมั่นคงที่ประกอบด้วยประเทศมุสลิมในตะวันออกกลาง เพื่อรับรองสันติภาพ ความมั่นคง และเสถียรภาพในภูมิภาค
"เราไม่ต้องการการปรากฏตัวของชาวต่างชาติในภูมิภาคนี้ เราสามารถจัดตั้งสภาอิสลามในตะวันออกกลางด้วยความร่วมมือของประเทศมุสลิม และภายใต้กรอบดังกล่าว เราสามารถกำกับดูแลความสัมพันธ์ด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการเมืองของเราได้" เปเซชกียานกล่าว
เปเซชกียานเน้นย้ำว่าอิหร่านไม่ได้ต้องการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และอาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของประเทศได้ออกคำวินิจฉัยทางศาสนาห้ามไม่ให้มีการใช้อาวุธนิวเคลียร์ พร้อมเสริมว่าไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐคนใดในอิหร่านสามารถดำเนินการพัฒนาอาวุธทำลายล้างสูงได้
อย่างไรก็ดี เปเซชกียานกล่าวว่าสหรัฐฯ พยายามโน้มน้าวให้ทั่วโลกเชื่อว่าอิหร่านกำลังเดินหน้าสู่การพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
อนึ่ง สหรัฐฯ และอิสราเอลร่วมกันโจมตีกรุงเตหะรานและอีกหลายเมืองของอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ซึ่งสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน รวมถึงผู้บัญชาการทหารระดับสูงและพลเรือน ทำให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีอิสราเอล รวมถึงฐานทัพและทรัพย์สินของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางหลายระลอก