
(แฟ้มภาพซินหัว : คนรับประทานอาหารเกาหลีที่ตลาดโบราณกวางจัง ในกรุงโซลของเกาหลีใต้ วันที่ 28 มิ.ย. 2026)
ซิดนีย์, 14 ก.ย. (ซินหัว) -- เมื่อไม่นานนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซิดนีย์ (UTS) ของออสเตรเลียเปิดเผยผลการศึกษาฉบับใหม่ ซึ่งระบุว่าคนที่รู้สึกผูกพันเหนียวแน่นกับแบรนด์อาหารฟาสต์ฟู้ดหรืออาหารจานด่วนและเครื่องดื่มเติมน้ำตาลอาจมีรูปแบบการบริโภคอาหารโดยรวมที่ย่ำแย่ลงแม้ได้รับคำเตือนด้านโภชนาการ โดยความภักดีเชิงจิตวิทยาต่อแบรนด์อาหารฟาสต์ฟู้ดเป็นปัจจัยสำคัญของปริมาณการบริโภคไขมันอิ่มตัวและน้ำตาลของแต่ละบุคคล
คณะนักวิจัยดำเนินการศึกษา 2 รายการ ซึ่งใช้ผู้ใหญ่ในออสเตรเลียและสหรัฐฯ เพื่อประเมินทัศนคติต่อแบรนด์อาหารฟาสต์ฟู้ดและเครื่องดื่ม การรับรู้ด้านสุขภาพ และพฤติกรรมการบริโภคโดยรวม โดยคนที่ชอบแบรนด์อาหารฟาสต์ฟู้ดไม่เพียงบริโภคไขมันและน้ำตาลมากขึ้นแต่ยังมองว่าแบรนด์เหล่านั้นดีต่อสุขภาพมากกว่า ขณะเดียวกันการรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์ซ้ำไปซ้ำมาอาจสร้างความคุ้นเคยและความรู้สึกเชิงบวกที่ส่งผลต่อการรับรู้ด้านสุขภาพและการเลือกรับประทาน
อนึ่ง รูปแบบการบริโภคอาหารที่ย่ำแย่อาจเร่งให้เกิดโรคอ้วน โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจ และโรคมะเร็งบางชนิด ขณะกลยุทธ์การตลาดเชิงรุกของธุรกิจอาหารฟาสต์ฟู้ดอาจมีส่วนส่งเสริมให้เกิดโรคภัยที่เกี่ยวกับรูปแบบการบริโภคเช่นกัน โดยไมก์ เคนดิก อาจารย์อาวุโสประจำมหาวิทยาลัยฯ ระบุว่าองค์ความรู้ด้านโภชนาการนั้นมีบทบาท แต่ปัจจัยสำคัญที่สุดคือระดับความชื่นชอบแบรนด์อาหารฟาสต์ฟู้ดและเครื่องดื่มเหล่านั้น
ทั้งนี้ คณะนักวิจัยเรียกร้องการตระหนักถึงอิทธิพลของการตลาดอาหารให้มากขึ้น รวมถึงยกระดับการกำกับควบคุมการโฆษณาอาหารขยะ เนื่องจากการตลาดส่งผลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารของประชากรทั่วไป