กัวลาลัมเปอร์, 25 ส.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันจันทร์ (24 ส.ค.) อาร์เธอร์ โจเซฟ คูรูป รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมของมาเลเซีย ซึ่งหารือทางโทรศัพท์กับโมฮัมหมัด จุมฮูร์ ฮิดายัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมของอินโดนีเซีย เปิดเผยว่ามาเลเซียจะร่วมมือกับอินโดนีเซียเพื่อยกระดับมาตรการป้องกันและดับเพลิงระหว่างรับมือกับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งมีแนวโน้มทวีความรุนแรงจนถึงเดือนตุลาคมปีนี้และเกิดขึ้นตรงกับช่วงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
อาร์เธอร์กล่าวว่าปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนในปัจจุบันที่กำลังส่งผลกระทบต่อภูมิภาคถือเป็นวาระสำคัญของทั้งมาเลเซียและอินโดนีเซีย โดยมาเลเซียในฐานะเพื่อนบ้านที่ดี กอปรกับความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของอาเซียน พร้อมช่วยเหลืออินโดนีเซียตามความต้องการ โดยเฉพาะการเร่งดับเพลิงไหม้อย่างทันท่วงที
ระบบจัดการดัชนีมลพิษทางอากาศของมาเลเซียรายงานว่าทั้ง 12 พื้นที่ในมาเลเซียมีค่าดัชนีมลพิษทางอากาศ (API) ในระดับไม่ดีต่อสุขภาพ เมื่อนับถึง 14.00 น. ของวันจันทร์ (24 ส.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยรัฐซาราวักบนเกาะบอร์เนียวได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจาก 6 พื้นที่มีมลพิษทางอากาศสูงเกินระดับไม่ดีต่อสุขภาพ โดยเขตเซเรียนมีค่าดัชนีฯ สูงสุดในประเทศ (193) ตามด้วยเมืองกูชิง (179) ซามาราฮัน (174) ศรีอามัน (156) บินตูลู (151) และมูกะห์ (114)
อนึ่ง ค่าดัชนีมลพิษทางอากาศระหว่าง 0-50 จัดอยู่ระดับ "ดี" 51-100 จัดอยู่ระดับ "ปานกลาง" 101-200 จัดอยู่ระดับ "ไม่ดีต่อสุขภาพ" 201-300 จัดอยู่ระดับ "ไม่ดีต่อสุขภาพอย่างยิ่ง" และ 301 ขึ้นไปจัดอยู่ระดับ "เป็นอันตราย"

(แฟ้มภาพซินหัว : ทิวทัศน์กรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย วันที่ 18 ส.ค. 2024)