
(แฟ้มภาพซินหัว : ร้านตัวแทนจำหน่ายระดับพรีเมียมแห่งแรกของแบมบู แลป ที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนในกรุงเทพฯ วันที่ 1 ก.ค. 2026)
กรุงเทพฯ, 11 ส.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันจันทร์ (10 ส.ค.) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่าสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จะคัดกรองโครงการศูนย์ข้อมูลหรือดาต้า เซ็นเตอร์ (data center) ผ่านกรอบการพิจารณา 4 มิติ ทั้งประโยชน์ต่อประเทศ ความมั่นคงด้านพลังงาน ทรัพยากรน้ำ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ข้อมูลของสำนักงานฯ ระบุว่าระหว่างปี 2024-2026 มีโครงการศูนย์ข้อมูลทั้งหมด 42 โครงการได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนทั่วไทย โดยมีกำลังประมวลผลไฟฟ้ารวม (IT Load) อยู่ที่ 3,400 เมกะวัตต์ และมีมูลค่าการลงทุน 7.5 แสนล้านบาท ซึ่งลลิดาระบุว่ารัฐบาลมีเป้าหมายสร้างงานทักษะสูง พัฒนาวิศวกรและช่างเทคนิคไทย ดึงผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน และขยายการเข้าถึงบริการคลาวด์และเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับบริษัท สตาร์ตอัป และมหาวิทยาลัยในประเทศ
ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เห็นชอบให้แยกประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าสำหรับศูนย์ข้อมูลเพื่อให้อัตราค่าไฟฟ้าสะท้อนต้นทุนการให้บริการและการขยายโครงข่ายไฟฟ้า พร้อมกำหนดหลักประกันการขอใช้ไฟฟ้าเพื่อคัดกรองโครงการที่มีความพร้อม ส่วนด้านน้ำอยู่ระหว่างศึกษาทั้งอัตราค่าน้ำสำหรับผู้ใช้รายใหญ่ การส่งเสริมระบบหล่อเย็นที่ใช้น้ำน้อย และมาตรการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้ง
ลลิดาเผยว่าเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมจะพิจารณาครอบคลุมการวางผังเมือง การป้องกันอัคคีภัย การจัดการความร้อนและเสียง น้ำเสีย และผลกระทบตลอดอายุการใช้งานโครงการ โดยหน่วยงานต่างๆ กำลังจัดทำแผนที่ศักยภาพโครงข่ายไฟฟ้าระดับประเทศ รวมถึงแผนที่ด้านน้ำและชลประทาน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการกำหนดพื้นที่สำหรับศูนย์ข้อมูล
ลลิดาระบุว่าปัจจุบันรัฐบาลไทยกำลังจัดทำเกณฑ์การคัดกรองและแนวทางการกำหนดพื้นที่ให้สอดคล้องกับกลไกของคณะกรรมการนโยบายธุรกิจศูนย์ข้อมูล โดยรัฐบาลต้องการสร้างสมดุลระหว่างการดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีแห่งอนาคต การสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และการปกป้องทรัพยากรและคุณภาพชีวิตของประชาชน